ค้านสร้างเขื่อนในเขมรผันน้ำเข้าอีสเทิร์นซีบอร์ด กฎหมายน้ำเข้าสภาสิงหาฯเตรียมพัฒนา 25 ลุ่มน้ำ

มติชน 11 กรกฎาคม 2548

นายสนอง จันทนินทร อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำเป็น ให้สัมภาษณ์หลังจากเป็นประธานเปิดการประชุมสรุปความคิดเห็นของประชาชนใน 25 ลุ่มน้ำ ที่มีต่อร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ทรัพยากรน้ำ หลังจากมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนมาแล้ว 13 ครั้ง ใน 13 จังหวัด เพื่อนำเสนอให้สภาพิจารณาต่อไป ว่า จะนำร่างกฎหมายฉบับนี้เสนอให้สำนักงานกฤษฎีกาพิจารณาในด้านข้อกฎหมาย คาดว่าภายในเดือนสิงหาคม จะเสนอให้รัฐบาลนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องน้ำขึ้นมาดูแลโดยตรง เพราะที่ผ่านมาเป็นแค่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้ติดขัดด้านกฎหมายในการปฎิบัติ ต่อไปถ้า พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของสภา การจัดการน้ำจะมีคณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำเป็นผู้ดูแล มีกองทุนลุ่มน้ำ เพื่อใช้ในการคุ้มครองฟื้นฟูแหล่งน้ำ ส่วนงบประมาณดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องน้ำทั้งระบบต้องใช้งบประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่นายกฯต้องการให้ใช้แค่ 2 แสนล้านบาท ซึ่งคงต้องไปปรับแก้ค่าใช้จ่ายให้ได้ตัวเลขตามที่นายกฯต้องการ

"ในระหว่างที่ พ.ร.บ.ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของสภา ก็จะเริ่มโครงการนำร่องก่อนใน 3 ลุ่มน้ำ คือลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำตะวันออก โดยจะจัดการลุ่มน้ำแบบบูรณาการ ตั้งแต่ดูแลป่าต้นน้ำ จัดทำฝายยาง ขุดสระ ขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณะ ทำเครือข่ายน้ำ ซึ่งในส่วนของภาคตะวันออกที่มีปัญหานิคมอุตสาหกรรมขาดน้ำ ก็มีแผนดึงน้ำจากประเทศกัมพูชามาช่วย โดยนายกรัฐมนตรีได้เจรจากับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาแล้ว เรื่องที่ว่าประเทศไทยจะไปลงทุนสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำสตึงนัม ประเทศกัมพูชา จะทำให้ดึงน้ำมาใช้ได้ถึงวันละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร" นายสนองกล่าว

นายปราโมทย์ ไม้กลัด ส.ว.กทม.กล่าวว่า โครงการที่จะไปลงทุนสร้างเขื่อนในกัมพูชาเพื่อผันน้ำมาใช้ในนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะคนกัมพูชาคงไม่ยอม แม้ตามหลักการจะได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่ายก็จริง แต่จะมีใครอยากให้คนอื่นได้ดี สมัยที่ตนเป็นอธิบดีกรมชลประทาน ทั้งๆ ที่สนิทกับอธิบดีกรมชลประทานของประเทศลาวจะเจรจาขอผันน้ำจากลาวลอดแม่น้ำโขงมาใช้ที่ จ.อำนาจเจริญ ก็มีปัญหาดำเนินการไม่ได้ นอกจากนั้นทางมาเลเซียก็เคยขอผันน้ำจากคลองเทพาประเทศไทยไปใช้ ซึ่งแม้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทั้ง 2 ฝ่ายเห็นด้วย แต่ทางรัฐบาลไทยไม่ยอมก็ผันน้ำไม่ได้ ตนคิดว่าถ้ากัมพูชาไม่ยากลำบากเหลือเข็ญเดือดร้อนจริงๆ หรือประเทศไทยให้เงินมากๆ โครงการนี้คงเกิดไม่ได้ ปัญหาของนิคมอุตสาหกรรมทางเดียวที่จะช่วยได้คือ ทางนิคมอุตสาหกรรมต้องประหยัดน้ำการใช้น้ำลง และต้องหยุดการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพราะปริมาณน้ำที่มีอยู่ไม่พอแน่นอน