พพ.ปลุกผีสร้างเขื่อนลุ่มแม่น้ำโขง ขอครม.100ล.ศึกษาโครงการ

ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2050 6-8 ตุลาคม 2548

พพ.ปัดฝุ่นสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง เตรียมของบครม. 100 ล้านบาท ศึกษารายละเอียดโครงการก่อสร้างเขื่อน ขนาด 2,050 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนกว่าแสนล้านบาท หวังเป็นทางเลือกจัดหาพลังงานให้กับประเทศในราคาต่ำ เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอื่นที่ราคาแพง ยันโครงการมีความเป็นไปได้ ผลตอบแทนสูง รัฐบาลลาวให้ความร่วมมือ ค่าไฟอยู่ที่ 1.83 บาทต่อหน่วย

    นายอดุลย์ ฉายอรุณ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพลังงาน กรมพัฒนาทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉลี่ยปีละกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งจัดหาพลังงานมาป้อนความต้องการมากขึ้น ทางพพ.จึงได้จ้างบริษัท บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท มหานคร คอนซัลแตนท์ จำกัด ในวงเงิน 8 ล้านบาท เพื่อศึกษาศักยภาพการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังงานแบบขั้นบันไดในแม่น้ำโขง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2548 เป็นต้นมา ซึ่งขณะนี้ได้แล้วเสร็จแล้ว และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นต่างๆ นำมาปรับปรุง ก่อนที่จะมีการทำเรื่องเสนอของบประมาณในรายละเอียดของโครงการต่อไป

    ส่วนความจำเป็นที่ต้องพัฒนาโครงการเขื่อนพลังานน้ำลุ่มแม่น้ำโขงขึ้นมานั้น เนื่องจากขณะนี้ราคาด้านเชื้อเพลิงได้ปรับตัวสูงขึ้นไปมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ทำให้มีการนำผลการศึกษาเดิมกลับมาทำการศึกษาใหม่ ซึ่งพบว่าโครงการมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับราคาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่เป็นอยู่เวลานี้ ดังนั้น หากสามารถพัฒนาการใช้พลังน้ำในการผลิตไฟฟ้าได้ จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ามีราคาต่ำลงได้

    ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่าโครงการที่ตั้งเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่มีความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ-สังคม และสิ่งแวดล้อม มีจำนวน 7 แห่ง กำลังการผลิตรวม 9,621 เมกะวัตต์ โดยมีพื้นที่คาบเกี่ยวทั้งไทย สปป.ลาว และกัมพูชา แต่ที่มีการพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบ้านกุ่ม ขนาด 2,050 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่บ้านท่าล้ง ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นโครงการนำร่องที่สามารถจะพัฒนาขึ้นมาก่อนได้เป็นลำดับแรก และตามมาด้วยโครงการเขื่อนพลังน้ำผามอง ในจังหวัดหนองคาย ขนาดกำลังการผลิต 1,482 เมกะวัตต์

    โดยภายใน 1-2 เดือนนี้ ทางพพ.จะทำเรื่องเร่งด่วนของบประมาณจากรัฐบาล จำนวน 100 ล้านบาท ที่จะนำมาศึกษาในรายละเอียดทั้งหมดของโครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบ้านกุ่ม เพื่อเป็นรายละเอียดส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการ รวมถึงเป็นข้อมูลให้นักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนก่อสร้างเขื่อนต่อไป ซึ่งหากรัฐบาลอนุมัติงบได้ไม่เกินปีนี้ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 2 ปี และหากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในโครงการคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จได้ไม่เกินปี 2555

    นายอดุลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการศึกษาเบื้องต้นของโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบ้านกุ่มนี้ จะใช้เงินลงทุน ประมาณ 97,073 ล้านบาท แต่ถ้ารวมภาษีนำเข้า เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยระหว่างก่อสร้าง และค่าธรรมเนียมในการกู้ยืม จะมีค่าลงทุน 123,163 ล้านบาท โดยมีผลตอบแทนของโครงการอยู่ที่ประมาณ 15 % และสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลา 9 ปี ด้วยค่าไฟฟ้า 1.83 บาทต่อหน่วย

    ส่วนที่มองว่าโครงการนี้เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากเป็นโครงการระหว่างประเทศนั้น ถ้าเทียบกับการพัฒนาเขื่อนสาละวิน จะมีความเป็นไปได้กว่า เพราะนักลงทุนมีความเชื่อมั่นรัฐบาลลาวมากกว่ารัฐบาลพม่า ขณะเดียวกันทางรัฐบาลลาวมีความสนใจที่จร่วมมืออยู่แล้ว เพราะมีการหารือในคณะกรรมการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงหรือเอ็มอาร์ซี ที่ประกอบไปด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ไทย ลาว พม่า และกัมพูชา มาโดยตลอด และที่ผ่านมาทางรัฐบาลไทยและลาว ได้หารือกันไประดับหนึ่งแล้วที่จะร่วมกันศึกษาและพัฒนาลุ่มน้ำนี้ขึ้นมา

    แต่อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่เห็นความสำคัญว่าต้องเป็นโครงการเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินการ ทางพพ.ก็จะเสนอของบประมาณในปี 2550 เพื่อมาทำการศึกษาในรายละเอียดต่อไป เนื่องจากงบประมาณปี 2549 ได้ผ่านการพิจารณาไปแล้ว