จีนทุ่มแล้วกว่า $1,000 ล้านสร้างเขื่อนในลาว

ผู้จัดการ 10 พฤษภาคม 2549

กรุงเทพฯ - บริษัทลงทุนด้านพลังงานจากจีนหลายแห่งได้เข้าลงทุนสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าอีกแห่งใน สปป.ลาว จนถึงปัจจุบันรวมเป็นเงินลงทุนด้านนี้กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
      
       ล่าสุดบริษัทบริษัทไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล วอเตอร์ แอนด์ อิเล็กตริคซิตี (China International Water and Electricity Corporation) กับรัฐบาลลาวได้ลงนามในข้อตกลงร่วมพัฒนาโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำลิก (Nam Lik) 1 และ 2 ในแขวงเวียงจันทน์ รวมมูลค่าลงทุนทั้งสองโครงการในเบื้องต้น 134 ล้านดอลลาร์
      
       พิธีลงนามมีขึ้นเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมาในนครหลวงเวียงจันทน์ ระหว่างผู้แทนของรัฐบาลลาว คือ ดร.เลียน ทิแก้ว รองประธานคณะกรรมการแผนการ และการลงทุน และนายจางจิ้งเหว่ย (Zang Jingwei) ประธานบริษัทไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล วอเตอร์ แอนด์ อิเล็กตริกซิตี (China International Water and Electricity Corporation) รวมทั้งมีนายอ่อนเนื้อ พมมะจัน รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม และหัตถกรรม พล.จ.สมเพ็ด ทิบมาลา เลขาพรรคแขวงและเจ้าแขวงเวียงจันทน์ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว (ขปล.)
      
       บริษัทเดียวกันนี้ได้ลงนามในบทบันทึกช่วยความจำกับทางการลาวในวันที่ 14 มี.ค. 2547 เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทางสังคมของโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำลิก 1 และ 2 ซึ่งมีกำลังติดตั้งประมาณ 100 เมกกะวัตต์ โดยใช้เวลาดำเนินการนาน 18 เดือน
      
       ในสัญญาการดำเนินโครงการที่เซ็นกันล่าสุดนี้ โดยฝ่ายลาวถือหุ้นอยู่ 20% ในโครงการและบริษัทจีนถือ 80% ด้วยมูลค่าโครงการทั้งหมดกว่า 134 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าทั้งสองแห่งจะเริ่มทันทีโดยคาดว่าจะสำเร็จในปี 2553
      
       โครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำลิกเป็นเขื่อนกั้นลำน้ำลิก ในเขตบ้านหินเหิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ในท้องที่แขวงเวียงจันทน์
      
       บริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนลฯ นั้นเป็นผู้มีประสบการณ์ทางด้านการพัฒนาโครงการเขื่อนไฟฟ้าในลาว เคยลงทุนในโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำลึก (Nam Leuk) น้ำมาง 3 (Nammang 3) และสถานีย่อยในนครหลวงเวียงจันทน์ อีกทั้งยังมีแผนที่จะลงทุนในโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำแบง (Nam Beng) ที่มีกำลังติดตั้ง 110 เมกกะวัตต์ มูลค่าการก่อสร้างทั้งหมดประมาน 150 ล้านดอลลาร์
      
       ก่อนหน้านั้น บริษัท China Machine Building International Corporation (CMIC) ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทจากจีนที่ได้เข้าลงทุนพัฒนาโครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าน้ำตกเซโปน 3 ขึ้น ในแขวงสาละวัน ซึ่งได้มีการลงนามไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ปีที่แล้ว เพื่อเริ่มการสำรวจ และทำบทวิพากษ์เศรษฐกิจโดยจะใช้เวลา 9 เดือนถึง 1 ปี จากนั้นจะเป็นขั้นตอนเจรจาทำสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2549 นี้ ด้วยมูลค่าการก่อสร้างประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
      
       ตามรายงานของสื่อทางการลาวไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเขื่อนเซโปน 3 นี้ เกือบทั้งหมดจะจำหน่ายให้แก่บริษัทเจ้าของโครงการเหมืองทองคำเซโปน ส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ในแขวงใกล้เคียง
      
       นอกจากนี้บริษัท Sinohydro Corporation of China ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านระบบชลประทานและการก่อสร้างจากจีน ได้เข้าดำเนินการสำรวจและก่อสร้างโครงการเขื่อนน้ำอู 8 ซึ่งจะเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกในแขวงพงสาลี ตอนเหนือสุดของลาว มูลค่ารวมอีกกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้มีการลงนามในบทบันทึกความเข้าใจไปเมื่อปลายปีที่แล้ว
      
       เขื่อนน้ำอู 8 จะเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกในแขวงพงสาลี รวมทั้งเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ซึ่งจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 640 เมกะวัตต์ ด้วยรูปแบบการลงทุนแบบ BOT (Build-Operate-Transfer) ซึ่งการก่อสร้างจะเริ่มในทันทีหลังการสำรวจความเป็นไปได้ (Feasibility Study) สำเร็จลง
      
       ส่วนนายเลียน ถิแก้ว รองประธานคณะกรรมการแผนการและการลงทุน กล่าวว่า เขื่อนน้ำอู 8 จะเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างลาวและจีน และจะมีส่วนร่วมอันสำคัญในการพัฒนาแขวงภาคเหนือของประเทศ
      
       ตามรายงานของคณะกรรมการแผนการและการลงทุนนั้น ลาวมีโครงการจะก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอย่างน้อย 9 แห่ง ระหว่างปี 2548-2563 ซึ่งรวมทั้งโครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 ซึ่งเริ่มการก่อสร้างเมื่อปีที่แล้ว ทางการลาวกล่าวว่าเมื่อสร้างเขื่อนเหล่านี้แล้วเสร็จ จะทำให้ 95% ของครัวเรือนทั่วประเทศมีกระแสไฟฟ้าใช้
      
       อย่างไรก็ตาม ทางการลาวมีแผนโครงการผลิตกระแสไฟฟ้ารวม 25 โครงการ ซึ่งการก่อสร้างจะเริ่มแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2553 นี้เป็นต้นไป ทั้งเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในประเทศและผลิตเพื่อส่งออกจำหน่าย ในนั้นมีโครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำรวมอยู่ด้วย 23 แห่ง ทั้งนี้เป็นไปตามแผนการที่จะทำให้ลาวเป็น "แบตเตอรี่แห่งภูมิภาค"
      
       โครงการทั้งหมดนี้มีกำลังติดตั้งในการผลิตกกระแสไฟฟ้ารวมกันถึง 7,346 เมกะวัตต์ มี 8 โครงการ ที่ออกแบบเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าภายในประเทศ รวมกำลังติดตั้ง 484 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลืออีก 17 โครงการ มีกำลังติดตั้งรวมกัน 6,862 เมกะวัตต์ จะผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งจำหน่ายให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน และภายในปี 2553 นี่ ทั่วทั้งประเทศจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นถึง 11.80 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะสามารถผลิตได้เพิ่มมากขึ้นปีละ 33.51% โดยเฉลี่ย.