แม่โขงสะอื้น!? อยู่หรือไปอีก 10 ปีรู้เรื่อง

ผู้จัดการ 22 กุมภาพันธ์ 2550

กรุงเทพฯ-- นักวิชาการหน่วยงานที่ไม่สังกัดรัฐบาลกล่าวว่า อีกประมาณ 10 ปี ข้างหน้าอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของลำน้ำสายหลักต่างๆ ในเอเชีย รวมทั้งแม่น้ำโขงกับแม่น้ำสาละวินซึ่งเป็นสองสายเลือดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการพัฒนาในประเทศแถบนี้
      
       ในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว ในปัจจุบันมีหมู่บ้านราว 500 แห่งตามสองฝั่งแม่น้ำโขง ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงในทางลบ ที่เกิดจากทั้งธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์
      
       "เมื่อมองดูการพัฒนาในภูมิภาค มันจะทำให้ทุกอย่างเสื่อมทรามลงก่อนที่มันจะดีขึ้น" นางอาวีวา อิมฮอฟ (Aviva Imhof) ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ขององค์การเครือข่ายแม่น้ำระหว่างประเทศหรือ IRN (International Rivers Network) กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีในวันพุธ (22 ก.พ.)
      
       เจ้าหน้าที่องค์การไม่สังกัดรัฐบาลผู้นี้ได้ชี้ไปยังประเทศจีนที่การพัฒนาอุตสาหกรรมได้ทำให้น้ำในแม่น้ำสายหลักคือ แยงซี (Yangtze) กับ ฮวงโห (Huang Ho) เน่าเฟะ สร้างปัญหาทางสภาพแวดล้อมอย่างใหญ่หลวง โดยมีสาเหตุจากการสร้างเขื่อนกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นข้างสองฝั่งของแม่น้ำ
      
       ทางภาคตะวันตกของจีนติดกับธิเบต ยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำล้านช้าง (Lancang) ซึ่งต่อมาได้แยกออกเป็น 2 สาย คือ สาละวินในพม่า กับ แม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านพม่า เข้าไทย ลาว กัมพูชา ไปออกทะเลในภาคใต้เวียดนาม รวมความยาวถึง 4,000 กิโลเมตร
      
       ในพม่าที่ระบอบทหารปกครองติดต่อกันมายาวนานเกือบ 50 ปี กำลังจะมีการสร้างเขื่อนใหญ่กั้นแม่น้ำสาละวิน โดยการลงทุนของบริษัทจากจีนและไทย นี่คือแม่น้ำสายใหญ่ที่ยังไม่เคยมีการสร้างเขื่อนมาก่อน เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าและปลาที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ราว 80 ชนิด

       สำหรับแม่น้ำโขงเป็นเส้นเลือดหลักของผู้คนหลายสิบล้านคนที่อาศัยทำกินอยู่บนสองฟากฝั่ง เป็นแหล่งอาหาร เป็นแหล่งน้ำชลประทาน และ เส้นทางการค้าที่สำคัญยิ่งยวด เป็นแหล่งของความหลากหลายทางชีวะนานาพันธุ์ ซึ่งในนั้นมีหลายชนิดใกล้สูญพันธุ์
      
       แม่น้ำโขงยังยังมีฐานะเป็นแม่น้ำนานาชาติสายยาวที่สุดในเอเชีย แต่ในปัจจุบันกำลังถูกข่มขู่คุกคามอย่างหนักจากการพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญกล่าว
      
       จนถึงปัจจุบันจีนได้สร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้ากั้นแม่น้ำโขงแล้วจำนวน 2 แห่ง และ กำลังพิจารณาจะสร้างเพิ่มอีกหลายแห่ง คุกคามต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสภาพแวดล้อมอย่างกว้างขวาง
      
       เชื่อกันว่าการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในมณฑลหยุนหนัน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ได้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำในแม่น้ำโขงทางตอนล่างมีน้อยลง นอกเหนือจากสาเหตุทางธรรมชาติอย่างเช่นภาวะฝนแล้ง ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นวัฏจักรในภูมิภาคนี้
      
       "ระดับน้ำที่ไม่คงเส้นคงวาได้สร้างผลกระทบต่อคนหาปลาหลายร้อยชีวิตตามลำน้ำโขง เนื่องจากจำนวนปลาลดน้อยลง" ผู้ประสานงานของเครือข่ายแม่น้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ SEARIN (Southeast Asia Rivers Network) ประจำประเทศไทยกล่าวกับเอเอฟพี
      
       ยังคงมีการระเบิดเกาะแก่งต่างๆ ทางตอนบนของลำน้ำ เพื่อสร้างเส้นทางขนส่งสำหรับเรือขนาดใหญ่ แต่ขณะเดียวกันก็ได้สร้างปัญหาต่อระบบนิเวศน์ อย่างน่าเป็นห่วง
      
       แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่อันดับท้ายๆ สายหนึ่งในภูมิภาค ที่กำลังมีการผันแปรทางสภาพแวดล้อม และ เปลี่ยนชีวิตการดำรงอยู่ของประชาชน.. "แต่ก็จะเห็นผลในอีกสัก 10 ปีข้างหน้า ว่าแม่น้ำสายนี้จะอยู่ได้หรือไม่ อันเนื่องมาจากโครงการพัฒนาต่างๆ" ผู้ประสานงานของ SEARIN กล่าว
      
       ชาวบ้านที่ อ.เชียงคาน จ.เลย ของไทย เป็นพยานได้อย่างดีต่อการเปลี่ยนแปลงในทางลบที่เกิดขึ้น
      
       หลายคนจับปลามาชั่วชีวิต แต่ก็ได้พบว่าช่วงปีใกล้ๆ นี้ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลง และ มีปลาน้อยลงด้วย แต่ก็ไม่ทราบว่ามีสาเหตุมาจากอะไร
      
       นายพล นาสา ชาวบ้าน อ.เชียงคาน วัย 24 ปีกล่าวว่า เขาหาปลาในแม่น้ำโขงกับคนอื่นๆ มานาน 10 ปี เมื่อก่อนนี้ได้ปลาพอเลี้ยงทุกคนในครอบครัว และ ในวันที่โชคดีก็จะจับได้มากจนพอเหลือขายในตลาด แต่ในวันนี้มักจะกลับบ้านกับตาข่ายที่ว่างเปล่าอยู่บ่อยๆ
      
       "ปลาหาง่ายมากตอนผมเป็นเด็ก มีปลาให้จับอย่างมากมาย เพียงพอสำหรับทุกคน" เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนายพล
      
       จริงๆ แล้วท้องที่แถบนี้เป็นเขตที่ยังมีการพัฒนาน้อยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ แต่ก็ไม่มีใครทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ทราบแต่ว่าน้ำในแม่น้ำลดลง และ หาปลายากขึ้น
      
       "มันควรจะหาปลาง่ายขึ้นเมื่อระดับน้ำลดลง ถ้าหากมีปลาให้จับ" นายทม โนนลา ชาวบ้านวัย 55 ปีกล่าว

       ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าภาวะแห้งแล้งกับภาวะน้ำท่วมที่หมุนเวียนประจำในภูมิภาคแถบนี้เป็นปัญหาสำคัญ เป็นเหตุที่จีนและอีกหลายประเทศใช้เป็นข้ออ้างในการสร้างเขื่อน เพื่อเก็บกักน้ำเอาไว้ใช้
      
       ทางการจีนยังได้ระเบิดโขดหินและแก่งในลำน้ำโขงเพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือขนส่งสินค้าเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ชาวบ้านก็กล่าวว่าการที่มีเรือเดินในแม่น้ำมากๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาหนีหายไป พวกเขาหาปลาได้ยากขึ้น
      
       "พวกเรือใหญ่ได้ไล่ปลาให้หนีไป เราจับปลาไม่ได้ เพราะเรือพวกนี้ทำเสียงอึกทึก" นายพลกล่าว
      
       อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าในวันนี้ เมื่อเทียบกับลำน้ำสายหลักในประเทศจีน แม่น้ำโขงยังมีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่ามาก ยังคงเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพแหล่งใหญ่ของโลกอีกแห่งหนึ่ง และ ปัญหาที่สร้างความยุ่งยากให้กับชาวบ้านในท้องถิ่น เป็นปัญหาอันเนื่องมาจากการจับปลามากเกินไป มากกว่าจะเป็นปัญหามลภาวะ
      
       ปัจจุบันยังไม่ปรากฏมีโรงงานอุตสาหกรรมหนาแน่นตามสองฝั่งแม่น้ำโขง ทั้งนี้เนื่องจากความยากลำบากในการสัญจรในแม่น้ำนั่นเอง
      
       สภาพแม่น้ำโขงแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วง ตั้งแต่ช่วงที่ระดับน้ำเรียบราบ ช่วงที่เป็นแก่งน้ำไหลเชี่ยว ช่วงที่เป็นน้ำตกทางตอนใต้ของลาวและกัมพูชา ก่อนจะไหลลงสู่ที่ราบในเขตปากแม่น้ำภาคใต้เวียดนาม
      
       การระเบิดแก่งทำให้น้ำไหลเร็วขึ้น ปะทะและกัดเซาะชายฝั่งหนักหน่วงขึ้น ทำให้แม่น้ำตื้นเขิน และ ฝูงปลาก็จะอพยพลงสู่ตอนใต้ของแม่น้ำเรื่อยไปยังเขตที่น้ำลึกกว่า
      
       ผู้เชี่ยวชาญกล่าวอีกว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขงช่วงนี้ขึ้นหรือไม่ ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับว่าจีนจะดำเนินการต่อไปอย่างไรเกี่ยวกับแผนพัฒนา
      
       แต่สำหรับชาวบ้านที่ อ.เชียงคาน พวกเขากำลังจะต้องหางานอื่นทำเพื่อหารายได้ เนื่องจากจับปลาไม่ได้พอกินอีกแล้ว.