“น้ำโขงแห้ง” ทำประมง-เกษตรริมโขงวุ่น

สำนักข่าวประชาธรรม 23 มีนาคม 2550

เชียงราย/ เผยแม่น้ำโขงแห้งหนักเหตุเขื่อนจีนปิดประตูน้ำ ทำชาวประมง-เกษตรกรริมน้ำโขงเดือดร้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ปัญหาภัยแล้งในลุ่มแม่น้ำโขงเขต จ.เชียงราย โดยเฉพาะ อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ ปัจจุบันสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านอย่างหนัก โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกริมแม่น้ำโขง รวมทั้งชาวประมงในแม่น้ำโขง ทั้งนี้เพราะระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดระดับลงอย่างต่อเนื่องกลายเป็นผืนทรายขนาดใหญ่ขึ้นหลายจุด ขณะเดียวกันยังเป็นเหตุให้ลำน้ำสาขาแห้งขอดตามไปด้วย

นายพุ่ม บุญหนัก อดีตประธานชมรมปลาบึกหาดไคร้ อ.เชียงของ ซึ่งได้ประกาศเลิกล่าปลาบึกไปตั้งแต่ช่วงกลางปี 2549 ที่ผ่านมาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล กล่าวว่า จากปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ลดลงในปัจจุบันได้สร้างปัญหาแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำการเกษตรริมแม่น้ำโขงตอนนี้ต้องประสบภัยแล้ง ขณะที่กลุ่มชาวประมงในแม่น้ำโขงซึ่งมีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มปากอิง กลุ่มบ้านดอนมหาวัน กลุ่มหาดไคร้ กลุ่มบ้านหัวเวียง ก็ออกเรือลำบากเพราะร่องน้ำเปลี่ยน และปริมาณปลาก็ลดลงด้วย

นายพุ่ม กล่าวต่อว่า สาเหตุปัญหาความแห้งแล้ง น้ำโขงลดระดับที่เกิดขึ้นนอกจากฤดูกาลเป็นเหตุแล้ว ตนเห็นว่าเขื่อนในประเทศจีนก็เป็นตัวแปรสำคัญด้วย ทั้งนี้เพราะช่วงหน้าแล้งของทุกปีจีนจะทำการปิดประตูเขื่อนเพราะต้องการกักเก็บในไว้ใช้ จะปล่อยก็ต่อเมื่อมีเรือสินค้าจากจีนบรรทุกสินค้าล่องมาตามน้ำ เมื่อเรือเหล่านั้นมาถึงท่าที่ อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ จีนก็จะปิดประตูเขื่อน ซึ่งเรื่องนี้สร้างปัญหาแก่ประเทศท้ายน้ำเป็นอย่างมาก และเป็นปัญหาที่เกิดมานานหลายปีแล้วไม่ใช่เพิ่มเกิดปีนี้เป็นปีแรก ที่ผ่านมานั้นชาวบ้านร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายๆหน่วยงานแต่ปัญหาก็ไม่ได้รับการคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

อ.มิติ ยาประสิทธิ์ ประธานกลุ่มรักเชียงแสน อ.เชียงแสน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำโขงแห้งนั้นปกติเกิดขึ้นทุกปีอยู่แล้ว แต่ในปีนี้นับว่ารุนแรงกว่าทุกปี ส่งผลให้ลำน้ำสาขา อย่างลำน้ำอิง ลำน้ำคำแห้งขอดไปด้วย และส่งผลกระทบไปถึงชาวประมงในลุ่มน้ำโขงที่อาจมีปัญหาในการเดินเรือ เพราะน้ำในแม่น้ำบางจุดเหลือระดับแค่เป็นทางน้ำเล็กๆ เท่านั้น ขณะที่ผลกระทบด้านการเกษตรก็เช่นเดียวกัน ช่วงนี้ชาวบ้านเพิ่งเก็บใบยาสูบเสร็จจึงมีการปลูกผักต่อแต่ก็มาเจอปัญหาความแห้งแล้ง ชาวบ้านจึงต้องสูบน้ำมารดซึ่งก็ต้องเพิ่มต้นทุนเรื่องน้ำมันขึ้นไปอีก

“เรื่องนี้เขื่อนจีนมีผลแน่นอน เพราะระดับน้ำจะเพิ่มหรือลดขึ้นอยู่กับการเปิดปิดประตูเขื่อน อีกทั้งที่ผ่านมาก็มีการศึกษากันแล้วและได้ข้อสรุปว่าเขื่อนทำให้น้ำไหลช้า มีผลต่อการพัดพาตะกอนทำให้เกิดสันดอนทรายใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย อย่างแม่น้ำโขงบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสนตอนนี้ผืนทรายโผล่ขึ้นมาทำให้ฝั่งลาวเข้ามาอยู่ใกล้ๆนี่เอง” อ.มิติ กล่าว

อนึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมานั้น กองทุนสัตว์ป่าโลก หรือ WWF รายงานว่า ปัจจุบันแม่น้ำสายหลัก 5 สายในเอเชีย ได้แก่ แม่น้ำแยงซีในจีน แม่น้ำสาละวินในพม่า แม่น้ำอินดุส แม่น้ำคงคาในอินเดีย และแม่น้ำโขง–ลานช้าง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงประชากรในทวีปเอเชียถึงกว่า 870 ล้านคน กำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากน้ำมือมนุษย์โดยเฉพาะจากการสร้างเขื่อน และการผันน้ำจากแม่น้ำไปใช้ในภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคพลังงานมากเกินไป อีกทั้งยังถูกคุกคามจากปัญหาโลกร้อน ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นด้วย

กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดภัยแล้งและความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลของชาติต่างๆ สร้างเขื่อนเพิ่มขึ้นเพื่อเก็บกักน้ำ แต่การก่อสร้างดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งระบบนิเวศน์ของสัตว์น้ำ การแก้ปัญหาแบบบูรณาการเท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน มิใช่การแก้ปัญหาด้านใดด้านหนึ่ง แต่ไปสร้างปัญหาเพิ่มอื่นๆ.