ลาวเซ็นบริษัทจีนเขื่อนกั้นลำน้ำโขงแห่งที่ 4

ผู้จัดการ 6 กันยายน 2550


ผู้จัดการรายวัน--- ทางการลาวเพิ่งอนุมัติให้บริษัทจากจีนแห่งหนึ่งสำรวจความเป็นไปได้โครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงอีกแห่งหนึ่งในท้องที่แขวงอุดมไซทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งกำลังจะเป็นแห่งที่ 4 บนลำน้ำนานาชาติสายนี้ในส่วนที่อยู่ในดินแดนลาว
      
       พิธีลงนามในบันทึกช่วยความจำเพื่อความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) จัดขึ้นในนครหลวงเวียงจันทน์วันพฤหัสบดี (26 ส.ค.) ที่ผ่านมา ระหว่างนายหลี่สือตง (Li Shidong) ประธานบริษัท Datang Inter national Power Generation Co Ltd จากจีน กับ ตัวแทนรัฐบาลลาวคือ นายสุลิวง ดาลาวง รัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน กับนายหุมพอน บูลิยะผน อธิบดีกรมไฟฟ้ากระทรวงพลังงานและเหมืองแร่
      
       นายสมสะหวาน เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรี-ผู้ประจำการรัฐบาล เข้าร่วมเป็นสักขีพยานการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวโดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
      
       "เขื่อนปากแบ่ง" เป็นชื่อเรียกทั่วไปของโครงการแห่งใหม่นี้ จะสร้างกั้นลำน้ำโขง เหนือจุดที่ลำน้ำทา (Nam Tha) ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ในเขตเมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไซ ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว (ขปล.)
      
       การสำรวจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30 เดือน ก่อนจะมีการตัดสินใจขั้นต่อไปเกี่ยวกับการลงทุน ขปล.กล่าว
      
       "หากเห็นว่ามีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ-เทคนิค ทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โครงการจะได้รับการพัฒนาในรูปแบบก่อสร้าง (built) ดำเนินงาน (operate) และมอบโอน (transfer) โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี รวมทั้งระยะเวลาในการก่อสร้างด้วย" สำนักข่าวของทางการกล่าว
      
       โครงการปากแบ่ง นับเป็นโครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงแห่งที่ 3 ในภาคเหนือของประเทศ ถัดจากโครงการเขื่อนไซยะบูลี กับ เขื่อนปากลาย ส่วนโครงการแรกอยู่ที่ดอนสะหง เมืองโขง แขวงจำปาสักทางตอนใต้สุดของประเทศ
               สื่อของทางการลาวมิได้ให้รายละเอียดอื่นใดอีกเกี่ยวกับโครงการเขื่อนปากแบ่ง แต่กล่าวว่าบริษัทจากจีนแห่งนี้ มีผลงานการก่อสร้างเขื่อนหลายแห่งทั้งในจีนและในต่างประเทศ

       ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าจากจีน 2 ราย คือ Sinohydro Corp กับ China National Electronics Import and Export Corp ได้ทำบันทึกช่วยความจำเพื่อความเข้าใจฉบับหนึ่งกับทางการลาว เพื่อเริ่มสำรวจและศึกษาความเป็นไปได้ โครงการเขื่อนปากลาย ซึ่งอยู่ตอนล่างของลำน้ำสายเดียวกันในภาคเหนือของประเทศ
      
       ถ้าหากสามารถก่อสร้างได้ในอีกราว 20 เดือนเศษข้างหน้า เขื่อนกั้นลำน้ำโขงที่เมืองปากลาย ก็จะเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่โตที่สุดใน สปป.ลาว ใหญ่กว่าและใช้เงินลงทุนก่อสร้างมากกว่าเขื่อนน้ำเทิน 2 ในภาคกลางของประเทศ
      
       เมืองปากลายอยู่ตอนใต้ของแขวงไซยะบูลีใกล้กับชายแดน จ.เลยของไทย อันเป็นจุดที่เส้นทางไหลของแม่น้ำโขงยังอยู่ในดินแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
      
       โครงการเขื่อนใหญ่แห่งนี้จะต้องใช้เงินลงทุนถึง 16.2 ล้านล้านกีบ หรือประมาณ 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ มีกำลังติดตั้งขนาด 1,320 เมกะวัตต์ สำนักข่าวสารปะเทดลาว (ขปล.) รายงานเรื่องนี้ โดยอ้างคำกล่าวผู้บริหารบริษัทซิโนไฮโดร
      
       "นี่เป็นโครงการพัฒนาการไฟฟ้าพลังน้ำของรัฐบาล ที่ได้มีแผนการสร้างขึ้นเพื่อปั่นไฟฟ้า เพื่อสนองความต้องการใช้ภายในประเทศและเพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน" เป็นข้อความในตอนหนึ่งของคำแถลงที่ออกมาหลังการเซ็นบันทึกฯ
      
       ปี 2536 ประเทศไทยซื้อไฟฟ้าจากลาวเพียง 1,500 เมกะวัตต์ และ ได้เซ็นซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 เมกะวัตต์ เมื่อสิ้นปี 2549 คำแถลงฉบับเดียวกันระบุ
      
       สำนักข่าวของทางการยังกล่าวอีกว่า ถ้าหากการศึกษาความเป็นไปได้ประสบความสำเร็จ บริษัทจากจีนจะได้รับสัมปทานผลิตไฟฟ้าในโครงการเขื่อนปากลายเป็นระยะเวลา 30 ปี รวมทั้งเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างด้วย
      
       สำหรับเขื่อนแห่งแรกที่ดอนสะหง กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจศึกษาโดยบริษัทเอกชนจากมาเลเซีย ส่วนเขื่อนไซยะบูลี เป็นโครงการที่รัฐบาลลาวอนุญาตให้กลุ่ม ช.การช่าง จากไทย เข้าดำเนินการสำรวจและศึกษา