ปัดฝุ่นสำรวจ "ผามอง" เตือนหายนะน้ำโขง

ผู้จัดการ 14 พฤศจิกายน 2550

ผู้จัดการรายวัน-- เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สภาพแวดล้อมมูลนิธิเอกชนกล่าวว่า ในปัจจุบันบริษัทที่ปรึกษาเอกชนแห่งหนึ่งได้เริ่มสำรวจพื้นที่โครงการเขื่อนผามอง (Pa Mong) ซึ่งเป็นเขื่อนแห่งที่ 7 ที่จะสร้างกั้นลำน้ำโขง พรมแดนธรรมชาติช่วงแขวงเวียงจันทน์ของลาว กับ จ.เลยของไทย
      
       นางสาวเปรมฤดี ดาวเรือง แห่งโครงการเทอร์รา (TERRA) มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าวในกรุงเทพฯ เมื่อวันอังคาร (13 พ.ย.) นี้
      
       การแถลงข่าวจัดขึ้นในขณะที่องค์กรเอกชนกับเอกชนกว่า 200 รายใน 30 ประเทศทั่วโลก ได้ร่วมกันส่งหนังสือถึงคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) หรือ MRC ให้ทำหน้าที่ในการป้องกันผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมจากการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำนานาชาติสายนี้
      
       MRC กับประเทศ หน่วยงานและองค์การที่เป็นผู้บริจาคกำลังจะประชุมในวันพฤหัสบดี (15 พ.ย.) นี้ที่เมืองเสียมราฐ กัมพูชา
      
       เขื่อนผามองจะเป็นเขื่อนกั้นนำโขงแห่งที่ 2 ระหว่างไทยกับลาว ถัดจากเขื่อนบ้านกุ่ม (Ban Koum) ที่อยู่ใต้ลงไปที่ชายแดน อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี กับ แขวงจำปาสัก ซึ่งบริษัทปัญญาคอนซัลแทนช์ กำลังสำรวจความเป็นไปได้
      
       "เท่าที่เราทราบมาจากพื้นที่ ได้มีคณะลงไปสำรวจ (โครงการผามอง) แล้วในพื้นที่อำเภอเชียงคาน (จ.เลย) อาจจะพร้อมๆ กับที่บ้านกุ่ม" น.ส.เปรมฤดีกล่าวกับ "ผู้จัดการรายวัน" ทางโทรศัพท์ โดยเชื่อว่าบริษัทเอกชนของไทยได้ว่าจ้างให้สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูล
      
       โครงการผามองเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2506 โดยหน่วยงานแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างให้แก่ไทยและลาวโดยอ้างเหตุผลด้านการชลประทานเพื่อ "สร้างความมั่นคงด้านอาหาร" ในสองประเทศนี้ ขณะที่เขื่อนมีกำลังติดตั้งผลิตไฟฟ้าถึง 4,800 เมกะวัตต์
      
       อีกหลายปีต่อมาได้มีการลดขนาดของโครงการปากมองลงให้เป็นโครงการ Low Pak Mong แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2538 จึงได้ปัดฝุ่นโครงการนี้ขึ้นมาดำเนินการอีกครั้ง
      
       ตามตัวเลขของ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ แห่งโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เขื่อนปากมองอาจจะส่งผลกระทบทำให้ต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ทั้งในฝั่งไทยและฝั่งลาวกว่า 50,000 คน
      
       นอกจากเขื่อนปากมองและเขื่อนบ้านกุ่มแล้ว ยังมีเขื่อนกั้นลำน้ำโขงอีก 5 แห่งที่อยู่ระหว่างสำรวจ-การศึกษาความเป็นไปได้โดยบริษัทจากจีน ไทยและมาเลเซีย ทั้งหมดอาจจะส่งผลกระทบต่อราษฎรถึง 75,000 คนใน 3 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาวและไทย
      
       บริษัทจีนได้เข้าลงทุนสำรวจเขื่อนปากแบ่ง (Pak Beng) ในแขวงอุดมไซ กับเขื่อนปากลายที่เมืองปากลาย ในแขวงไซยะบูลี และ กลุ่ม ช.การช่าง จากไทยได้เข้าสำรวจเขื่อนไซยะบูลี ในแขวงเดียวกัน