ชี้เอดีบีหมกข้อมูล-ยกเขื่อนจีนแก้โลกร้อน ที่แท้ต้นตอทำน้ำโขงเสื่อมโทรม-วิถีชาวบ้านเละ

ข่าวสด 6 ธันวาคม 2550

เชียงราย - นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา เปิดเผยว่า จากกรณีที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือเอดีบี หยิบยกนำเอาการก่อสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงในประเทศจีนมาระบุว่า เป็นการแก้ปัญหาพลังงาน นำไปสู่การแก้ปัญหาโลกร้อนนั้น ตนเห็นว่าในปัจจุบันกระแสโลกร้อนกำลังมาแรง ทำให้หลายฝ่ายพยายามจะดึงเอากระแสนี้มาใช้เพื่อผลประโยชน์ โดยมองข้ามข้อมูลที่แท้จริง

นายสมเกียรติกล่าวว่า ปัญหาโลกร้อนเกิดจากปัจจัยอื่น จึงควรแก้ไขที่ต้นตอ เช่น รักษาป่าไม้ แม่น้ำอันเป็นแหล่งที่ทำให้ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ลดการใช้สารเคมี ลดการปล่อยควันพิษสู่ชั้นบรรยากาศ ฯลฯ ไม่ได้หมายถึงว่าต้องแก้ปัญหาด้วยการสร้างเขื่อน ไม่เช่นนั้นก็ต้องเพิ่มการสร้างเขื่อนกันทั่วโลก การมองว่าต้องสร้างเขื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อนจึงเป็นการมองมุมเดียวเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เอดีบีถือเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ที่มีทุนอยู่มาก และพยายามให้เงินทุนเพื่อโครงการต่างๆของลุ่มแม่น้ำโขงมาโดยตลอด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะสนับสนุนการสร้างเขื่อนดังกล่าว โดยไม่ระบุข้อมูลให้ครบวงจร

นายสมเกียรติกล่าวอีกว่า สภาพของประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในปัจจุบัน พบว่าปล่อยปะละเลยให้สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้มองถึงว่าสภาพชีวิตของชาวบ้านในอดีตนั้น ถ้าปล่อยให้ทำมาหากินและร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของตนไป ก็จะไม่ใช่กลุ่มคนที่เป็นปัญหาของโลกร้อน แต่กลับปรากฏว่าปัจจุบันมีแต่การมุ่งพัฒนาด้านการเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ ปัญหาต่างๆ จึงเกิดขึ้น ดังนั้นการจะมาอ้างหลังจากปัญหาเกิดขึ้นแล้วว่า เขื่อนเป็นเครื่องมือที่จะสามารถแก้ไขได้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการมองแค่การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้มองที่ต้นเหตุ ดังนั้นตนเห็นว่าหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนจึงควรหันมาศึกษาเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและโลกร้อนให้ถูกทาง เพื่อจะได้ขับเคลื่อนการพัฒนาไปอย่างถูกทิศทางต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มนักธุรกิจชายแดนด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้ระบุถึงผลการศึกษาของเอดีบี ว่า ในระยะเวลา 20 ปี ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนคือ ไทย ลาว จีน และพม่า จะสามารถลดต้นทุนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากน้ำมันเชื้อเพลิงและถ่านหินได้มหาศาล เนื่องจากประเทศจีนกำลังสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง และแม่น้ำสาขา ซึ่งจะสามารถให้พลังงานไฟฟ้าทดแทนพลังงานอื่นๆ จะช่วยลดต้นทุนของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากกลุ่มประเทศต่างๆ ที่อยู่โดยรอบเขื่อนได้มากถึง 460,000 ล้านบาท และลดต้นทุนจากการเกิดภาวะเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุทำให้โลกร้อนได้มากถึง 18,000 ล้านบาท