แม่น้ำแห่งชีวิต (1)

กรุงเทพธุรกิจ 21 มกราคม 2551

ยศ สันตสมบัติ

น้ำโขง คือ สายน้ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตในอุษาคเนย์มาเนิ่นนานนับพันปี จากต้นกำเนิดในทิเบต น้ำโขงไหลสู่มณฑลยูนนานทางตอนใต้ของจีน ผ่านพม่า ลาว สยาม เขมรจนลงสู่ทะเลทางเวียดนามใต้ น้ำโขงเป็นบ้านของปลา 1,700 ชนิด ไกหรือสาหร่ายน้ำจืด และสัตว์น้ำอีกมากมาย ที่เป็นอาหารหล่อเลี้ยงความอุดมสมบูรณ์ให้ผู้คนหลายร้อยล้านในลุ่มน้ำโขง อารยธรรมหลากหลายพัฒนาเติบใหญ่ขึ้นภายใต้การโอบอุ้มของสายน้ำแห่งชีวิต

หากแต่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา รัฐชาติต่างๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่างพากันสวมกอดวิถีการพัฒนาแนวทุนนิยม เน้นการเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องรวดเร็วเป็นสรณะ อานิสงส์ของวิธีคิดเช่นนี้ส่งผลให้นโยบายระดับชาติของประเทศต่างๆ ไม่เว้นแม้อดีตรัฐสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ต่างพากันมุ่งเน้นการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เป็นหลัก อภิมหาโครงการมากมายผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดในลุ่มน้ำโขง

เริ่มจากโครงการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ 8 แห่งในจีน และการวางแผนสร้างเขื่อนต่างๆ ในแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำสาขาของแม่โขงในลาว ตลอดจนโครงการขยายถนนเพื่อเชื่อมต่อประเทศต่างๆ จากตะวันตกไปสู่ตะวันออกและจากเหนือจรดใต้ รวมทั้งโครงการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงเพื่อขยายช่องทางเดินเรือจากเชียงรุ่งในสิบสองปันนามาสู่เชียงแสนในสยามและหลวงพระบางในลาว การพัฒนาระบบพาณิชย์นาวีบนลำน้ำโขง มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อรองรับการขยายตัวของสินค้าจากจีนไปสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

การวางแผนและดำเนินงานตามอภิมหาโครงการต่างๆ นำไปสู่การขยายตัวของอำนาจรัฐ ในการควบคุมบงการเหนือพื้นที่ต่างๆ บนลุ่มน้ำโขง การวางแผนและจัดทำโครงการเกิดขึ้นและดำเนินไปในลักษณะของการบังคับบัญชาจากบนลงสู่เบื้องล่าง โดยไม่เคยมีเวทีสำหรับการทบทวนตรวจสอบ ประชาพิจารณ์ และโครงการส่วนใหญ่ไม่มีแม้กระทั่งการศึกษาผลกระทบทางด้านสภาพแวดล้อมและสังคม

ดังนั้น ชุมชนท้องถิ่นจึงตกอยู่ในสภาพที่ถูกปิดล้อมจากอำนาจรัฐ สภาพไร้การมีส่วนร่วมของชุมชนรากหญ้าผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโดยตรง ทำให้ชุมชนเหล่านี้ถูกผลักให้ไปอยู่ตรงชายขอบของอำนาจในสภาพด้อยสิทธิ ไร้เสียง และจำต้องยอมจำนนต่ออำนาจรัฐโดยปราศจากการต่อสู้ต่อรอง การขยายตัวของอำนาจรัฐเหนือการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำโขงนำไปสู่การผนวก ยึดครองที่ดิน การจำกัดและละเมิดสิทธิชุมชน การขับไล่ไสส่งชาวบ้านออกจากบ้าน และการจัดการระบบนิเวศของท้องถิ่น

การขยายตัวของอำนาจรัฐและการจัดการทรัพยากรแบบรวมศูนย์บนแนวคิดการพัฒนาที่คำนึงถึงแต่การตักตวงใช้ประโยชน์ นำไปสู่ความเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วของทรัพยากรธรรมชาติ

ผลกระทบของอภิมหาโครงการอาจแยกแยะออกได้เป็น 3 ประการด้วยกัน คือ ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ผลกระทบต่อเศรษฐกิจรากหญ้า และผลกระทบต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น

ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมเป็นอานิสงส์ของโครงการขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ความหลากหลายของสายพันธุ์ปลา และสัตว์น้ำ ตลอดจนผลิตภาพหรือความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขง เชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับวัฏจักรขึ้นลงของน้ำตามฤดูกาล การบ่าไหลเอ่อนองของน้ำในช่วงฤดูฝนเป็นสัญญาณบ่งบอกให้ฝูงปลานานาชนิด อพยพเคลื่อนย้ายไปสู่ลำน้ำสาขาและพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อวางไข่ สืบทอดสายพันธุ์

การบ่าไหลของน้ำพัดพาเอาตะกอนดิน แร่ธาตุ และสารอาหารหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตมากมายให้คงความอุดมสมบูรณ์และการพึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างได้สมดุลของสิ่งมีชีวิตภายในระบบนิเวศชุดต่างๆ แต่ดุลยภาพของระบบนิเวศแม่น้ำนั้นอ่อนไหวและเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากอภิมหาโครงการต่างๆ เช่น การสร้างเขื่อน เป็นต้น

การสร้างเขื่อนในจีน ส่งผลกระทบอย่างมากมายมหาศาลต่อความผันผวนของระดับน้ำในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาต่างๆ เมื่อเขื่อนมั่นวานในจีน สร้างเสร็จและเริ่มเปิดใช้งานในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 คนปลายน้ำก็เริ่มสังเกตเห็นได้ว่าน้ำเริ่มขึ้นลงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อการอพยพและการวางไข่ของปลาหลากหลายชนิด ความผันผวนของระดับน้ำจากการกักเก็บและปล่อยน้ำจากเขื่อน จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณของปลา ซึ่งคนหาปลามองเห็นมาโดยตลอดว่าเริ่มลดลงทุกปี

ปลา เป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำคัญสำหรับชุมชนมากมายในลุ่มน้ำโขง การลดลงของปลาย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านอาหาร และยังทำให้แหล่งรายได้สำคัญสำหรับชุมชนท้องถิ่นพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ความขุ่นข้นและผันผวนของระดับน้ำยังส่งผลกระทบให้ไกหรือสาหร่ายน้ำจืดลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชาวบ้านขาดแหล่งอาหารและแหล่งรายได้สำคัญไปอีกอย่างหนึ่ง การเพาะปลูกพืชผักบนตลิ่งแม่น้ำยามแล้ง ก็ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของระดับน้ำเช่นเดียวกัน

สรุปรวมความว่า ความผันผวนของระดับน้ำจากการสร้างเขื่อนส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบนิเวศ ปริมาณและความหลากหลายของปลาแม่น้ำ การเปลี่ยนแปลงเสื่อมทรามของสภาพแวดล้อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร และระบบเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น

การลดลงของปลา สัตว์น้ำ ไก และพื้นที่เพาะปลูกพืชผักริมน้ำส่งผลให้เกิดแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อการใช้ที่ดินและพื้นที่ป่า อาหารและรายได้จากแม่น้ำที่ลดลง ทำให้ชุมชนมากมายหลายแห่งจำต้องหันมาใช้ที่ดินเพื่อการเพาะปลูกพืชพาณิชย์อย่างเข้มข้นมากขึ้น หลายชุมชนขยายพื้นที่ทำไร่ เพื่อให้ผลิตอาหารได้เพียงพอต่อความต้องการของครอบครัว ผู้คนในหลายพื้นที่เก็บของป่าเพิ่มขึ้น การลดลงของปลา จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงกดดันต่อที่ดินและป่าที่เพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน การขยายตัวของสวนยางในจีนตอนใต้ และลาว ตลอดจนสวนสักในกัมพูชาก็ส่งผลกระทบให้พื้นที่ป่าธรรมชาติในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงลดลง สวนยางและสวนสักเหล่านี้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพในผืนป่าลดลง การปลูกพืชเชิงเดี่ยวบนพื้นที่ขนาดใหญ่ยังทำให้มีการใช้สารเคมี เช่น ปุ๋ย สารฆ่าแมลง เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดมลภาวะในแหล่งน้ำและในดินเพิ่มขึ้น ในหลายพื้นที่การขยายตัวของสวนป่ายังเบียดเบียนที่ดินทำกินและป่าชุมชนที่ชาวบ้านเคยดูแลรักษาเอาไว้

ความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมจากผลกระทบของอภิมหาโครงการต่างๆ เช่น การสร้างเขื่อน การระเบิดแก่งเพื่อขยายช่องทางเดินเรือในแม่น้ำโขง การขยายพื้นที่ปลูกสวนยางและสัก เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ที่ดินและแม่น้ำ แหล่งทรัพยากรที่ชาวบ้านเคยพึ่งพาอาศัยเพื่อเป็นแหล่งอาหารมาแต่เดิม ไม่ว่าจะเป็นผืนป่า แม่น้ำ สวนผักริมตลิ่ง ล้วนแล้วแต่ถูกลดทอนความอุดมสมบูรณ์ลงไป ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตของประชาชนหลายสิบล้านคนในลุ่มน้ำโขง

ความมั่นคงทางอาหารและแหล่งรายได้ที่ลดลง ทำให้ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยกดขี่ธรรมชาติเพิ่มขึ้น ด้วยการพยายามจับปลาทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้ปริมาณปลาที่จับได้และรายได้จากปลาไม่ลดน้อยลงมากจนเกินไป ชาวบ้านบางคนหาของป่าเพิ่มขึ้นและจับสัตว์ป่าขายเพิ่มขึ้น บางรายตัดไม้ขาย บางครัวเรือนถางป่าเพื่อทำไร่เพิ่มขึ้น ในขณะที่สมาชิกครัวเรือนอีกมากมายต้องอพยพย้ายถิ่นไปหางานทำในเมือง

การขยายอำนาจรัฐเหนือการจัดการทรัพยากรของท้องถิ่น จึงส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการลดลงของรายได้ และความมั่นคงทางอาหารของชุมชนท้องถิ่น