เตือนเขื่อนยักษ์จีนสร้าง คุกคามระบบนิเวศเขมร

ไทยโพสต์ 31 มกราคม 2551

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศเตือน เขื่อนขนาดใหญ่ที่สุด 2 แห่งของกัมพูชาที่จีนออกทุนก่อสร้างให้กำลังจะเป็นภัยคุกคามระบบนิเวศของกัมพูชา ทำให้ป่าสงวนผืนใหญ่จมน้ำ ชาวเขมรนับหมื่นไร้ถิ่นฐาน

รายงานของเครือข่ายแม่น้ำนานาชาติซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกากล่าวเตือนว่า   เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่  2  แห่งที่กัมพูชากำลังก่อสร้าง คือ เขื่อนกัมจาย และเขื่อนสะตังอะเตย์ กำลังจะก่อความเสียหายร้ายแรงแก่ชุมชนท้องถิ่นและถ่วงการพัฒนาประเทศ มากกว่าที่จะตอบสนองความต้องการไฟฟ้าในกัมพูชา

 

องค์กรสิ่งแวดล้อมแห่งนี้เจาะจงพาดพิงถึงเม็ดเงินลงทุนจากจีนซึ่งไหลบ่าเข้ามาในโครงการสร้างเขื่อนของกัมพูชา  ผ่านสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสองรัฐบาล ทั้งที่ไม่ผ่านการตรวจสอบของภาคประชาชน   โดยระบุว่าโครงการเหล่านี้ขับเน้นให้เห็นว่ากลุ่มคนที่มีอำนาจตัดสินใจในรัฐบาลกัมพูชากำลังเพิ่มความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่   โดยผ่านการสนับสนุนจากบรรดานายทุนและนักพัฒนาโครงการชาวจีน

"การลงทุนของจีนในภาคการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำของกัมพูชากำลังเป็นภัยคุกคามระบบนิเวศอันมีค่ายิ่งในบางพื้นที่ของประเทศ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านนับหมื่นคน" รายงานกล่าว

ตามข้อมูลของเครือข่ายนี้    เขื่อนกัมจายซึ่งทุนก่อสร้างส่วนใหญ่มาจากเงินช่วยเหลือมูลค่า  600 ล้านเหรียญฯ  ของจีนและมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2553 มีที่ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติโบกอร์  และจะทำให้พื้นที่กว่า  20 ตารางกิโลเมตรของผืนป่าสงวนแห่งนี้จมอยู่ใต้น้ำ  ไม่นับผลกระทบกับชีวิตชาวบ้านและแหล่งท่องเที่ยว  ยังมีผืนป่าสงวนในเทือกเขาคาร์ดามอมซึ่งอยู่ในแนวเดียวกับเทือกเขาบรรทัดของไทย  ต้องจมอยู่ใต้น้ำหากเขื่อนสะตังอะเตย์สร้างเสร็จอีกแห่งภายในปี 2555 ไม่แต่เท่านั้น กัมพูชายังกำลังพิจารณาจะสร้างเขื่อนเพิ่มอีก 4 เขื่อนด้วย

คาร์ล  มิดเดิลตัน  ผู้ประสานงานโครงการแม่น้ำโขงกับเครือข่ายนี้  กล่าวเตือนว่า แม่น้ำหลายสายของกัมพูชาและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหล่านี้เป็นสินทรัพย์ที่ประเมินค่ามิได้  การพัฒนาเขื่อนพลังน้ำที่สร้างขึ้นอย่างย่ำแย่นั้นจะสร้างความเสียหายที่ไม่อาจกู้คืนได้แก่แหล่งทรัพยากรเหล่านี้และทำลายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนของกัมพูชาเอง

เครือข่ายนี้ยังเรียกร้องรัฐบาลกัมพูชาเสาะหาแหล่งพลังงานทางเลือก หรือปรับปรุงภาคสาธารณูปโภคของตนให้ได้มาตรฐานสากล.