NGO รวมตัวต้าน “ฮัตจี” ยื่นหนังสือ “อภิสิทธิ์” จันทร์นี้

ASTVผู้จัดการ 22 พฤศจิกายน 2552

กำลังจะเปลี่ยนไป -- ภาพที่ไม่ได้ระบุวันเวลาโดยมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมาติ (TERRA) แสดงให้เห็นวิถีชีวิต ของประชาชนท้องถิ่นที่ต้องพึ่งพาแม่น้ำสาละวิน มูลนิธิฯ แห่งนี้กล่าวว่าเขื่อนฮัตจี (Hutgyi) ที่มีแนวโน้มจะเป็นแห่งแรกที่กั้นลำน้ำสายนี้ กำลังจะส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก สร้างปัญหากับสภาพแวดล้อม.

ASTVผู้จัดการรายวัน -- ราษฎรจากท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ ตัวแทนภาคประชาสังคม นิสิตนักศึกษา จำนวนมาก มีกำหนดไปชุมนุมที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ในเช้าวันจันทร์ (23 พ.ย.) ศกนี้ เพื่อยื่นหนังสือต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ถอนตัวจากการสนับสนุนโครงการเขื่อนฮัตจี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชากรจำนวนมาก ที่อาศัยและทำกินกับลำน้ำสาละวิน ทั้งในฝั่งไทยและฝั่งพม่า
      
       หนังสืออีกฉบับหนึ่งกำลังจะส่งถึง ดร.ศรีประภา เพชรมณี ผู้แทนของไทย ซึ่งกำลังทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการเพื่อสิทธิมนุษยชนของกลุ่มอาเซียน ในวันเดียวกัน ทั้งนี้ เป็นคำแถลงที่ออกโดยกลุ่ม “แม่น้ำเพื่อชีวิต” และ โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ (TERRA) ที่ “ASTVผู้จัดการรายวัน” ได้รับสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
      
       คำแถลงระบุว่า เขื่อนฮัตจี ขนาด 1,360 เมกะวัตต์ มีแนวโน้มจะเป็นเขื่อนแรกที่มีการผลักดันให้สร้างบนลำน้ำสาละวิน จะทำให้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าร้ายแรงยิ่งขึ้น และ สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตทั้งฝั่งไทยและพม่า ภาคประชาชนตั้งข้อสงสัยว่า กฟผ.ไม่ได้เสนอข้อมูลที่ครบถ้วนต่อรัฐบาล และไม่เอาใจใส่คณะกรรมการสิทธิฯ ที่เสนอให้รัฐบาลสั่งระงับสร้าง
      
       เขื่อนตั้งอยู่ห่างชายแดนไทยเพียง 47 กิโลเมตร จะทำให้เกิดน้ำท่วมกินบริเวณกว้างในรัฐกะเหรี่ยงของพม่า และสองฝั่งแม่น้ำที่อยู่เหนือเขื่อนขึ้นไปหลายสิบกิโลเมตร รวมทั้งเขต อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ของไทยด้วย
      
       ฮัตจีเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างบริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในเครือ กฟผ. กับ บริษัท ชิโนไฮโดร คอร์ป บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน และกรมไฟฟ้าพลังน้ำ กระทรวงพลังงานไฟฟ้า 1 ของพม่า ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะส่งขายให้ไทย

หญิงสาวแก้มนวลชาวพม่ากำลังชูกกุ้งก้ามกรามสีน้ำเงินตัวเขื่อง อันเป็นผลผลิตจากลำน้ำสาละวินที่เมืองพะอัน (Pa-an) องค์การพัฒนาภาคเอกชนกับกลุ่มประชาสัมคมหลายแห่งกล่าวว่าเขื่อนหัตจี กำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในลำสายนี้

"ปลาเวียน" ตัวเขื่องจับได้ที่สบเมย ในภาพที่ไม่ได้ระบุวันที่ของ TERRA อันเป็นผลผลิตจากลำน้ำสาละวิน องค์กรพัฒนาภาคเอกชนกล่าวว่า เขื่อนหัตจีอาจจะให้เกิดน้ำท่วมเหนือเขื่อนขึ้นไปจนถึงเขต อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนอย่างใหญ่หลวง

เดือน เม.ย.ปีนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณาสั่งการให้ กฟผ. ระงับการก่อสร้าง โดยระบุว่า การสร้างเขื่อนฮัตจี “เป็นการส่งเสริมให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนชาวกะเหรี่ยงในพม่า และประเทศไทยต้องแบกรับภาระในการดูแลผู้อพยพ” ซึ่งในปัจจุบันได้มีได้ผู้หลบหนีการปราบปรามของรัฐบาลทหารเข้ามาฝั่งไทยกว่า 3,500 คนแล้ว
      
       กฟผ.ไม่เคยเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนต่อทั้งประชาชนในพื้นที่และสาธารณชนไทย และในการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ที่มัณฑะเลย์ รัฐมนตรีพลังงานของไทย ยังหยิบยกประเด็นการสร้างเขื่อนฮัตจี กับเขื่อนใหญ่อีกแห่งหนึ่งขึ้นมา บ่งให้เห็นแนวโน้มการสนับสนุนของรัฐบาลที่มีต่อ กฟผ.อย่างชัดเจน คำแถลงระบุ
      
       มนตรี จันทวงศ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ นักวิจัยของ TERRA กล่าวว่า การเข้าไปสร้างเขื่อนในพื้นที่สงครามในประเทศที่ไม่มีประชาธิปไตย ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิงกับข้ออ้างของ กฟผ.ว่า ฮัตจีจะให้ความมั่นคงด้านพลังงานกับไทย เรามีไฟฟ้าล้นเกินอยู่แล้ว “การสร้างเขื่อนสาละวินจะเพิ่มปัญหามากมาย และยิ่งจะทำให้ทางเลือกด้านพลังงานยั่งยืนของไทยยิ่งตีบตัน”
      
       นายนุ ชำนาญคีรีไพร ชาวกะเหรี่ยง จากบ้านแม่ก๋อน ริมน้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ชาวบ้านไม่เคยรู้ข้อมูลเรื่องเขื่อนเลยว่าจะสร้างตรงไหน น้ำท่วมเท่าไหร่ ปลาจะหายไปหรือไม่ คนที่จะสร้างเขื่อน ไม่เคยไปถาม ไม่เคยจัดเวทีประชาคมให้ชาวบ้านแสดงความคิดเห็น

ตลาดปลาเมืองมะละแหม่ง (Mawlamyine) ปลายทางของลำน้ำสาละวิน มีปลาหลากชนิด ในภาพที่ไม่ได้ระบุวันที่ของTERRA มูลนิธิแห่งนี้ร่วมกับผู้แทนภาคประชาสังคมกำลังผลักดันให้ไทยถอนตัวออกจากโครงการเขื่อนหัตจีในพม่า ที่กำลังจะสร้างปัญหาสารพัดต่อสภาพแวดล้อมและชีวิตของราษฎรในสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถติดต่อขอความเห็นจากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของ กฟผ.ได้ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
      
       เดือน ก.พ.2550 ได้มีการรวมตัวประท้วงครั้งใหญ่พร้อมกันใน 19 ตัวเมืองทั่วโลก ต่อต้านการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำสาละวิน “ลำน้ำอิสระ” สายสุดท้ายในเอเชียตะวัออกเฉียงใต้ รวมทั้งการประท้วงที่หน้าสถานทูตพม่าในกรุงเทพฯ ด้วย
      
       กลุ่มผู้ประท้วงได้ยื่นหนังสือฉบับหนึ่งที่ร่วมลงนามโดยผู้แทนของ 124 องค์กรในประเทศไทย 56 องค์กรของชาวพม่า และอื่นๆ อีก 52 แห่ง รวมทั้งประชาชนทั่วไปอีก กว่า 1,700 คน เรียกร้องให้รัฐบาลไทย สั่งการให้ กฟผ.ถอนตัวจากโครงการเขื่อนใหญ่ในพม่า ซึ่งรวมทั้งโครงการฮัตจีด้วย

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9520000141552