แฉ รมต. มั่วตัวเลขน้ำโขง ประชุมเอ็มอาร์ซี ไม่มีเรื่องน้ำโขงแห้ง คนริมโขงโต้ ต้องเจรจาเอง

โครงการสื่อชุมชนลุ่มน้ำโขง 10 มีนาคม 2553

แฉ รมต. มั่วตัวเลขน้ำโขง เผยสัดส่วนน้ำจากจีนไหลมาเชียงแสนมากถึงกว่า 90%  รัฐบาลไทยทุ่มกว่าร้อยล้านประชุมเอ็มอาร์ซี กลับไม่มีเรื่องน้ำโขงแห้งเข้าหารือ คนริมโขงโต้ผู้ประสบภัยต้องเข้าร่วมเจรจาเอง                  

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากฐานข้อมูลของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ซึ่งเผยแพร่เมื่อ พ.ย. 2548 ระบุว่าปริมาณน้ำแม่น้ำโขงในฤดูแล้ง ที่วัดจากสถานีวัดน้ำเชียงแสน จ.เชียงราย(กราฟล่าง) มีสัดส่วนของน้ำที่มาจากพื้นที่รับน้ำในเขตจีนสูงถึง 95 % (พื้นที่สีเทา) และเมื่อมาถึงมุกดาหารสัดส่วนของน้ำจากจีนลดลงเหลือ 50% เนื่องจากเมื่อแม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศลาว มีแม่น้ำใหญ่หลายแห่ง อาทิ แม่น้ำอู แม่น้ำคาน ไหลลงแม่น้ำโขง ทำให้สัดส่วนน้ำจากประเทศจีนลดลง และลดลงไปเรื่อยๆ จนถึงปากแม่น้ำโขงที่เวียดนาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนในหน้าฝนสัดส่วนของปริมาณน้ำจากประเทศจีนที่ไหลลงแม่น้ำโขงที่วัดจากสถานีวัดน้ำเชียงแสน พบว่าลดลงเหลือ 75% (กราฟบน) เนื่องจากปริมาณน้ำจากลำห้วยต่างๆ ที่ไหลเติมเต็มแม่น้ำโขง และมีสัดส่วนน้ำจากจีนลดลงเรื่อยๆ ตามระยะทางจนกระทั่งลงสู่ทะเลในประเทศเวียดนาม ส่วนตัวเลขที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศจีน หรือตัวเลขที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีทส.อ้างอิงว่าสัดส่วนน้ำจากจีนแค่กว่า 10% บ้าง หรือกว่า 20% บ้าง ถือว่าเป็นการตีขลุมที่เอาค่าเฉลี่ยตลอดลำน้ำโขง มาพูดซึ่งไม่สามารถอธิบายความเดือดร้อนได้ เพราะชาวบ้านที่เชียงแสนและเชียงของไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตัวเลขดังกล่าว

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมเอ็มอาร์ซี ที่หัวหิน ระหว่างวันที่ 2-5 เมษายน กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากภาคประชาสังคมว่าไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งๆ ที่ใช้งบประมาณของรับบาลไทยกว่าร้อยล้านในการจัดประชุมดังกล่าว เนื่องจากตามกำหนดการนั้นระบุว่า ในช่วง 2 วันแรก จะเป็นการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรน้ำข้ามพรมแดน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีกรณีวิกฤติแม่น้ำโขงที่กำลังเกิดขึ้นบรรจุเป็นวาระ
                 ที่สำคัญในช่วงเช้าของวันที่ 5 การประชุมสุดยอดของเอ็มอาร์ซี ซึ่งจะมีการลงนามแถลงการณ์ของรัฐบาลในประเทศลุ่มน้ำโขง กลับปรากฎว่าไม่มีการขอความเห็นหรือกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนใดๆ เลย เพียงแต่ให้ผู้บริหารระดับสูงของแต่ละประเทศมาหารือกันและร่วมลงนามในแถลงการณ์ดังกล่าว  
                การประชุมร่วมระดับสูงครั้งนี้เป็นการประชุมปิดลับ และยังไม่พบว่ามีวาระการประชุมหารือกับจีนเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤติแม่น้ำโขงแต่อย่างใด

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมิติ ยาประสิทธิ์ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงแสน กล่าวว่า ปัญหาเรื่องนี้คือคนของเรา อย่างคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง-ไทย หรือรัฐไทยที่มีอำนาจไม่ยอมเข้าใจและกลับไปเอาใจไปเข้าฝ่ายจีน คนเหล่านี้จำเป็นต้องลงมาพื้นที่อย่างเป็นการด่วน เพื่อจะเห็นและรับรู้ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงต้องลงพื้นที่ สำหรับการประชุมสุดยอดเอ็มอาร์ซีที่จะเกิดขึ้นที่หัวหิน หากไม่มีประเด็นวิกฤติแม่น้ำโขงจากเขื่อนจีนก็เท่ากับบอกว่า วิธีทางการฑูตใช้ไม่ได้กับทางการจีน และรัฐไทยก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะเป็นคู่เจรจาได้อีก
              นายมิติ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หากไม่เห็นความสำคัญกับภัยเรื่องนี้ จำเป็นที่ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นริมแม่น้ำโขงทั้งหลาย คือคนที่ได้รับผลกระทบจะเป็นผู้เจรจาด้วยวิธีการของเราเอง ซึ่งเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงในไทยกำลังจะไปยื่นสถานฑูตจีนอีกไม่นานนี้

http://www.mekonglover.com/news_pop.asp?NewsId=121