อธิบดี"กรมน้ำ"เล็งขอจีนปล่อยน้ำโขงฤดูแล้ง

กรุงเทพธุรกิจ 24 พฤศจิกายน 2553

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เตรียมชง คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงขอจีนปล่อยน้ำเพิ่มเติมในหน้าแล้ง ด้านเอกชน เสนอให้รัฐบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาผลกระทบจากน้ำโขงแห้ง

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ได้นำคณะเจ้าหน้าที่สำรวจสถานการณ์แม่น้ำโขงด้าน จ.เชียงราย พบข้อมูลระดับน้ำ จากสำนักงานอุทกวิทยา อ.เชียงแสน ตั้งแต่ลักษณะทางอุทกวิทยาของแม่น้ำโขงที่มีต้นกำเนิดจากประเทศจีนและไหลผ่านพม่า สปป.ลาว ไทย กัมพูชาและเวียดนาม ระยะทางประมาณ 4,800 กิโลเมตร และได้รายงานการวัดระดับน้ำจากสถานีแม่น้ำโขงเชียงแสนถึงระดับน้ำตั้งแต่เริ่มมีการวัดระดับเมื่อปี 2505-2553 โดยพบว่าระดับความลึกเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2505-2552 อยู่ที่ 2.96 เมตร ปี 2551 อยู่ที่ 4.11 เมตร ปี 2552 อยู่ที่ 2.45 เมตร และปี 2553 อยู่ที่ 3.04 เมตร อย่างไรก็ตามค่าของกราฟระดับน้ำที่แสดงจะมีระดับลดลงในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.ของทุกปีเป็นต้นไป และจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งช่วงก่อนฤดูฝนของปีถัดไป

นอกจากนี้ยังมีการแจ้งถึงปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงว่าส่วนใหญ่มาจากแม่น้ำสาขาที่ไหลจากประเทศต่างๆ ซึ่งมาจากปริมาณน้ำฝนเป็นหลัก มากกว่าปริมาณน้ำจากหิมะละลายในแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านประเทศจีน ซึ่งเรียกว่าแม่น้ำ "หลานชาง" อย่างไรก็ตามในการสรุปรายงาน ไม่ได้มีการระบุถึงกรณีเขื่อนในประเทศจีนว่าเป็นสาเหตุของระดับน้ำแม่โขงลดลง

นายจตุพร กล่าวว่า ปัจจุบันแม่น้ำโขงในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.เป็นต้นไปก็จะค่อยๆ ลดระดับลงไปเรื่อยๆ เป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติดั้งเดิม จากนั้นจะลดระดับลงและจะไปเพิ่มสูงขึ้นหรือลึกลงตั้งแต่ราวเดือน เม.ย.ของทุกปีเป็นต้นไป เพราะช่วงนั้นหิมะในประเทศจีน จะเริ่มละลายและเริ่มมีฝนตก จึงทำให้แม่น้ำสาขาไหลลงสู่แม่น้ำโขงมากขึ้น และจากการดูข้อมูลทั้งก่อน และหลังการก่อสร้างเขื่อนในประเทศจีนก็พบว่าตัวเลขต่างๆ ทั้งระดับน้ำและปริมาณน้ำไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

อย่างไรก็ตามอาจจะมีการนำเสนอในคณะกรรมการแม่น้ำโขง (The Mekong River Commission:MRC) เพื่อขอให้ทางประเทศจีนได้มีการปล่อยน้ำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยในช่วงฤดูแล้งด้วยเช่นกัน ทั้งนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าในปัจจุบัน คือตะกอนทรายที่อยู่ในแม่น้ำมีมากขึ้นซึ่งอาจจะต้องแก้ไขปัญหาด้วยการหารือกันระหว่างประเทศเพื่อการขุดลอกในอนาคต

ด้านนายประธาน อินทรียงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามเซ้าส์ไชน่า จำกัด และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาวิกฤตการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลง ซึ่งประกอบกิจการขนส่งสินค้าในแม่น้ำโขง กล่าวว่า ควรที่รัฐบาลไทยจะนำไปพิจารณาดำเนินการ คือในปัจจุบันน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลมาจากประเทศจีนมีประมาณ 75,000 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็น 16% ของปริมาณน้ำทั้งหมด ปัจจุบันเขื่อนในประเทศจีนได้ทำการกักน้ำเหล่านั้นเอาไว้แล้ว 3,086 ลูกบาศก์เมตรคิดเป็นเพียง 4.06% และหากในอนาคตเขื่อนที่กำลังก่อสร้างหรืออยู่ในแผนก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็จะทำให้น้ำถูกกักเพิ่มเติมอีก 17,310 ลูกบาศก์เมตร หรือรวมน้ำที่จะถูกกัดทั้งสิ้นประมาณ 20,396 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือ 22.78% ของปริมาณน้ำทั้งหมด

ดังนั้นจึงอยากให้ประเทศไทยได้คิดแผนบริหารจัดการมากกว่าความกังวลเรื่องระดับน้ำที่ไหลมาจากเหนือแม่น้ำโขง เพราะจากการดูระดับน้ำที่ อ.เชียงแสน พบว่าตั้งแต่ปี 2504-2552 พบว่าก่อนมีเขื่อนในประเทศจีนฤดูแล้งระดับน้ำลดลงต่ำสุดเฉลี่ย 2.3 เมตร และหลังมีเขื่อนในจีนระดับน้ำอยู่ที่ 2.2 เมตรหรือลดลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ปี 2552 ฤดูแล้งค่าระดับน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4 เมตร และปี 2553 ในเดือน มี.ค.ระดับน้ำอยู่ที่ 1.6 เมตร