แถลงการณ์ของชุมชนแม่น้ำสาละวิน : เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติแผนการสร้างเขื่อนในพื้นที่สู้รบในพม่า

15 ตุลาคม 2556

แถลงการณ์ของชุมชนแม่น้ำสาละวิน
15 ตุลาคม 2556
ชุมชนแม่น้ำสาละวินกระตุ้นให้รัฐบาลไทยยุติแผนการสร้างเขื่อนในพื้นที่สู้รบในพม่า

กลุ่มชุมชนชาติพันธุ์เรียกร้องในวันนี้ในเวทีสาธารณะที่กรุงเทพฯ  ให้รัฐบาลยุติแผนการสร้างเขื่อนในแม่น้ำสาละวินในพม่า  ซึ่งยังมีการตรึงกำลังทหาร  มีความขัดแย้ง  และมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง  แม้จะยังมีการประกาศหยุดยิงอยู่ก็ตาม
สำนักข่าวไทยรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า  นายพงษ์ศักดิ์  รักตพงศ์ไพศาล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทยกระตุ้นให้ฝ่ายพม่าเร่งดำเนินงานโครงการเขื่อน “มายตง” ทางตอนใต้ของรัฐฉาน  ทั้งนี้เพื่อนำเข้าไฟฟ้า 7,000 เมกะวัตต์มายังประเทศไทย  ในปีนี้รัฐบาลพม่าอนุมัติให้สร้างเขื่อนในแม่น้ำสาละวิน  6  โครงการ  รวมถึงโครงการเขื่อนมายตงและฮัตจีในรัฐกะเหรี่ยง  เพื่อส่งออกไฟฟ้ามายังไทย  เขื่อนอื่น ๆ จะผลิตไฟฟ้าให้กับจีน  แม้ในพม่าจะมีสภาพขาดแคลนไฟฟ้าโดยทั่วไป
มายตงเป็นชื่อล่าสุดสำหรับโครงการเขื่อนท่าซาง  ซึ่งสันเขื่อนจะมีความสูง  228  เมตรถือว่าสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  จะทำให้เกิดพื้นที่น้ำท่วมประมาณ  900  ตารางกม.  ท่วมทำลายบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นาของประชาชนกว่า  12,000  คน  ซึ่งส่วนใหญ่ได้หลบหนีจากปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเข้าสู่ประเทศไทยแล้ว  นับแต่ปี  2539  กองทัพพม่าได้บังคับให้ชาวบ้านกว่า  300,000  คนอพยพออกจากบริเวณพื้นที่นี้และพื้นที่ชนบทใกล้เคียงในตอนใต้ของรัฐฉาน  ทั้งนี้เพื่อตัดการส่งกำลังบำรุงให้กับกองทัพฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในรัฐฉาน  และเพื่อควบคุมทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายในพื้นที่  รวมทั้งไฟฟ้าพลังน้ำ  ในปัจจุบันยังมีการทำไม้และทำเหมืองทองคำอย่างกว้างขวางในพื้นที่ตามริมชายฝั่งแม่น้ำสาละวิน
จำนวนกองพันทหารของกองทัพพม่าในหัวเมืองติดกับพื้นที่สร้างเขื่อนท่าซาง  เพิ่มจำนวนกว่าสามเท่าจาก  10  เป็น  36  กองพันนับแต่ปี 2539  ในปีนี้มีการสู้รบอย่างต่อเนื่องกับกองทัพรัฐฉานตอนใต้  (Shan State Army-South)  ในพื้นที่ใกล้กับโครงการเขื่อน  แม้จะมีการลงนามสัญญาหยุดยิงเมื่อเดือนธันวาคม 2554  ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงหลบหนีจากการเกณฑ์แรงงานและการรีดไถของกองทัพพม่าเข้าสู่ประเทศไทย
ในทำนองเดียวกันที่รัฐฉาน  แม้จะมีสัญญาหยุดยิงกับกองทัพ  Karen National Union  และ  Democratic Karen Benevolent Army (DKBA)  แต่ยังมีการสู้รบเมื่อเดือนเมษายนปีนี้  โดยทหารป้องกันชายแดนของรัฐบาลพยายามกวาดล้างทหารของ  DKBA  ให้พ้นไปจากพื้นที่สร้างเขื่อนฮัตจี  ชาวบ้านจำนวนมากในลุ่มน้ำสาละวินบริเวณนี้ยังคงต้องหลบหนีไปอยู่ในค่ายพักพิงในประเทศไทย
โครงการเขื่อนในแม่น้ำสาละวิน  6  แห่งเดินหน้าไป  แม้จะมีการละเมิดมาตรฐานว่าด้วยการก่อสร้างเขื่อนของนานาประเทศ  รวมทั้งหลักการที่กำกับดูแลให้มีความโปร่งใสและการเคารพต่อสิทธิของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ  ในพื้นที่สร้างเขื่อนมีการตรึงกำลังเพื่อเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด  ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ  ส่วนชุมชนด้านท้ายน้ำก็ไม่ทราบผลกระทบที่มีต่อกระแสน้ำ  การประมงและเกษตรกรรม  รวมทั้งอันตรายกรณีที่เขื่อนแตก  และยังมีข้อกังวลอย่างมากว่าบริษัท Asia World Company ได้รับสัญญาในการเริ่มก่อสร้างเขื่อนกุนหลงในแม่น้ำสาละวินทางตอนเหนือของรัฐฉานภายในก่อนสิ้นปีนี้  ทั้ง ๆ ที่บริษัทนี้มีมาตรฐานการก่อสร้างต่ำมาก
ชุมชนสาละวินต้องการเตือนว่า  การเดินทางสร้างเขื่อนเหล่านี้ต่อไปจะยิ่งกลายเป็นเชื้อไฟให้กับความขัดแย้งในพม่า  ในช่วงเวลาของการพยายามสร้างสันติภาพอย่างเปราะบาง
“ข้อพิพากเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดความขัดแย้งด้านชาติพันธุ์ในพม่า  แต่ประเทศไทยยังคงเดินหน้าซื้อแม่น้ำไปจากเรา  โดยไม่รอให้มีการนำปัญหานี้เข้าสู่กระบวนการเจรจา  การทำเช่นนั้นจะยิ่งส่งผลให้เกิดสงครามอย่างต่อเนื่อง”  นางคำแล้ง  (Nang Kham Leng)  จากกลุ่มรักสาละวิน  (Love Salween Group)  ซึ่งเข้าร่วมในเวทีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กรุงเทพฯ  เกี่ยวกับการลงทุนในภาคพลังงานของพม่ากล่าว
“ถ้าปล่อยให้เดินหน้าโครงการเขื่อนสาละวินต่อไป  ไม่เพียงผู้อพยพจะไม่สามารถกลับไปยังถิ่นฐานบ้านเกิดได้  แต่จะยิ่งมีผู้ลี้ภัยหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น”  เธอกล่าว
กลุ่มชุมชนที่รณรงค์เพื่อการคุ้มครองแม่น้ำสาละวินประกอบด้วย  องค์กรสภาวะเพื่อสิ่งแวดล้อม  (Shan Sapawa Environmental Organisation)  กลุ่มรักสาละวิน  (Love Salween Group)  (รัฐคะยา)  เครือข่ายนภาคประชาสังคมคะยา  (Karenni Civil Society Network)  กลุ่มเฝ้าระวังแม่น้ำชาวกะเหรี่ยง  (Karen Rivers Watch)  และองค์กรเยาวชนมอญก้าวหน้า  (Mon Youth Progressive Organisation)
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเขื่อนในแม่น้ำสาละวินของพม่า  โปรดดู  www.burmariversnetwork.org


ติดต่อ
Nang Kham Leng (Love Salween Group)
Tel: 0861971526 (Burmese, Shan and Thai)

Sai Khur Hseng (Shan Sapawa)
Tel: +66816722031 (English, Thai, Shan and Burmese)