จาก ปากมูล สู่ เขื่อนดอนสะโฮง ซ้ำรอยกีดกั้นทางอพยพปลาน้ำโขง

ไทยโพสต์ 9 มีนาคม 2557

ที่มา  http://www.thaipost.net/sunday/090314/87184

"เขื่อนดอนสะโฮง" เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ มีกำลังผลิตขนาด 256 เมกะวัตต์ กำหนดสร้างในพื้นที่ "ฮูสะโฮง" เป็นส่วนหนึ่งของสีทันดอนพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของ สปป.ลาว และของภูมิภาคแม่น้ำโขง ถือเป็นพื้นที่สำคัญในการอพยพขึ้น-ลงของปลาแม่น้ำโขงเพื่อผสมพันธุ์และวางไข่ ปลานานาชนิด รวมทั้งปลาบึก และโลมาอิรวดี อพยพผ่านทางน้ำแห่งนี้

แต่รัฐบาลลาวประกาศตัดสินใจสร้างเขื่อนดอนสะโฮงที่ฮูสะโฮง ช่องทางน้ำเดียวที่มีน้ำไหลผ่านตลอดปี และไม่สูงชันจนเกินไป เหมาะสมต่อการอพยพของปลาน้ำโขง โดยไม่มีการตกลงร่วมกันในระดับภูมิภาค และขาดการศึกษาในประเด็นข้ามพรมแดนที่เหมาะสม ถือเป็นเขื่อนที่สองที่สร้างโดยลาว ก่อนหน้านี้ ลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนแห่งแรกบนลำน้ำโขงสายหลักตอนล่าง

ทั้งนี้ คำอธิบายจาก สปป.ลาว เขื่อนดอนสะโฮงสร้างในช่องทางน้ำเพียงช่องทางเดียว ไม่ได้สร้างอยู่บนแม่น้ำโขงสายหลัก ทั้งยังเห็นว่าสามารถทำช่องทางเพื่อให้ปลาใช้อพยพขึ้น-ลงได้ ท่ามกลางความกังวลของประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม ถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตผู้คนริมแม่น้ำโขง การทำลายระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำโขงลง

ล่าสุด จากการประชุมสาธารณะระดับภูมิภาค เขื่อนดอนสะโฮงในลาว : ความเห็นของกัมพูชา ไทย และเวียดนาม ที่อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ร่วมจัดโดยศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาฯ โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ องค์กรแม่น้ำนานาชาติ เครือข่ายจุฬาฯ นานาชาติ และโครงการปัญญาชนสาธาณะแห่งเอเชีย

สมภาร คืนดี เครือข่ายเขื่อนปากมูล เน้นถึงผลกระทบเขื่อนที่กีดขวางเส้นทางอพยพของปลา และบันไดปลาโจนไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาในความเป็นจริง ก่อนโครงการขนาดใหญ่จะเริ่มขึ้น เสนอให้รัฐบาลต้องตัดสินใจร่วมกับภาคประชาสังคม รวมทั้งโครงการต้องเกิดขึ้นจากการศึกษาวิจัยรอบด้าน ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบระดับลุ่มน้ำ เพราะปิดฮูสะโฮงเท่ากับปิดปากมูล

"เขื่อนปากมูลห่างจากแม่น้ำโขง 5 กิโลเมตร เป็นบทเรียนสำคัญของการก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง รัฐบาลไทยตัดสินใจสร้างเขื่อนปี 2540 บนแม่น้ำมูล ที่ระบบนิเวศมีความพิเศษ  เหมาะแก่การวางไข่และอนุบาลตัวอ่อนของปลา ก่อนอพยพไปเติบโตในแม่น้ำโขง ก่อเกิดภูมิปัญญาหาปลา วิถีชีวิตริมโขงหล่อเลี้ยงผู้คน หลังสร้างเขื่อน ปลาเข้าแม่น้ำมูลไม่ได้ ลำน้ำสาขาก็ถูกฆ่าตาย มีการแก้ไขปัญหาปลาอพยพด้วยบันไดปลาโจน แต่ไม่มีประสิทธิภาพ ล้มเหลว ชาวบ้านต่อสู้เรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เปิดเขื่อน เป็นหนทางเดียวฟื้นฟูแม่น้ำและวิถีชีวิตการประมงปากมูล เราเห็นว่าเขื่อนดอนสะโฮงเสี่ยงมาก ต้องยืนยันความเห็นร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียหรือเดินรอยตามปากมูล" สมภาร คืนดี กล่าว

ประเด็นความสูญเสียยังมีเสียงบอกเล่าของ อ้อมบุญ ทิพย์สุนา ตัวแทนจากสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มแม่น้ำโขง 7 จังหวัด ภาคอีสาน ประเทศไทย กล่าว ติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเขื่อนบนน้ำโขงสายหลักที่สร้างขึ้นแล้ว พบประชาชนตลอดลำน้ำโขงกระทบหนักจากระดับน้ำโขงที่เกิดการท่วมสูงขึ้น และลดต่ำลงอย่างเฉียบพลัน ปี 2553 แล้งสุดในรอบ 50 ปี ปี 2555 น้ำในแม่น้ำโขงหายไป กลางเดือนธันวาคมปีที่แล้วระดับน้ำสูงขึ้น 7 เมตร ปลายเดือนเดียวกันน้ำโขงท่วมในฤดูหนาวก็ไม่เคยเกิดขึ้น ชาวบ้านที่เลี้ยงปลากระชัง 400 กระชัง  ปลาตายหมด ตลอดแนวโขงเผชิญเหตุการณ์นี้ ตอนบนของแม่น้ำโขงเปิด-ปิดเขื่อนไม่เคยแจ้งเตือน ทั้งการประมง เกษตรริมโขง ทำนาจากแม่น้ำโขงก็เสียหาย รวมถึงขาดรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างที่ อ.เชียงคาน จ.เลย ถ้าเขื่อนไซยะบุรีสร้างเสร็จ  ต่อด้วยเขื่อนดอนสะโฮง จะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ชาวบ้านริมโขงเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงคนเมือง

"กรณีดอนสะโฮงมีคำถามที่ไม่เคยได้รับคำตอบ ทั้งเรื่องการไหลของน้ำ ผลกระทบข้ามพรมแดนต่อการอพยพของปลาทั้งระหว่างและหลังสร้างเขื่อน มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อคนลุ่มน้ำโขง สิทธิชุมชนคนท้ายน้ำ โดยเฉพาะการละเลยการปรึกษาหารือกับคนท้องถิ่น แถมกลไกการแก้ไขปัญหาที่ไม่มีประสิทธิภาพ" อ้อมบุญเน้นก่อนโครงการในลาวจะเริ่มขึ้น ควรหยิบยกทุกคำถามมาตอบต่อสังคม ไม่ควรละเลย

ยุก เซ็งลอง เครือข่ายแม่น้ำกัมพูชา แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับเขื่อนดอนสะโฮงในลาว ซึ่งห่างจากชายแดนกัมพูชาไม่ถึง 2 กิโลเมตร ว่า ฮูสะโฮงเป็นเส้นทางสำคัญที่ปลาสามารถอพยพผ่านได้ตลอดปี มี 32 สายพันธุ์จาก 100 กว่าสายพันธุ์ที่อพยพผ่านพื้นที่นี้ ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของกัมพูชา แต่รายงานการศึกษาของเขื่อนดอนสะโฮงยังมีข้อบกพร่อง ก่อนหน้านี้ส่งเอกสารไปที่สำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) และส่งไปยัง 4 ประเทศสมาชิก เรียกร้องให้ลาวหยุดเขื่อนนี้ ตลอดจนหยุดแผนสร้างเขื่อนในน้ำโขง เพราะจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แย่ลง มีงานวิจัยยืนยันระดับน้ำโขงที่สูงขึ้น 3-4 เมตร เปลี่ยนฤดูน้ำหลากเป็นฤดูน้ำท่วม ทุกโครงการตอนบนน้ำโขงส่งผลกระทบก็ยังถกเถียงกัน

"หากสร้างบริเวณดอนสะโฮง ยืนยันว่าจะกระทบโลมาอิรวดี กัมพูชาได้ส่งจดหมายเรียกร้องให้ลาวศึกษาผลกระทบเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายได้จากการสูญเสียการประมง และวิถีชีวิตชุมชน การสร้างเขื่อนดอนสะโฮงจะต้องระเบิดเกาะแก่ง หุบห้วย จะเกิดการปรับเปลี่ยนของทางน้ำ โตนเลสาบแหล่งประมงสำคัญของโลกกับน้ำโขงสัมพันธ์กันใกล้ชิด ผลกระทบข้ามพรมแดนจะเกิดขึ้น" ยุก เซ็งลอง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางเครือข่ายแม่น้ำกัมพูชายังมีข้อเสนอด้วยว่า โครงการที่จะเกิดขึ้นบนแม่น้ำโขงต้องตระหนักถึงผลกระทบชุมชน และให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัยเพื่อเข้าใจความเสียหายที่จะเกิด และใช้ข้อมูลเหล่านี้ตัดสินใจ ส่วนเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ 6 เขื่อน ที่สร้างขึ้นแล้วบนน้ำโขงในเขตประเทศจีน เสนอให้รัฐบาลควบคุมดูแลด้วยกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนไม่ให้ถูกละเมิดจากเขื่อน ที่ผ่านมาเขื่อนไม่เคยสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน

เวียดนามเสนอเรื่องผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเช่นกัน ทิ ทู ซู เครือข่ายแม่น้ำเวียดนาม ระบุว่า ทางเครือข่ายกัมพูชาทำงานร่วมกับนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ และชุมชนที่อยู่อาศัยริมโขง ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง การทำงานของเครือข่ายหยุดเขื่อนขนาดใหญ่ได้ 2 โครงการแล้ว ส่วนรัฐบาลเราไม่ได้ส่งเสียงชัดเจนนักเกี่ยวกับเขื่อนนี้ ทางเครือข่ายเรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามเพิ่มแรงกดดันลาวเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอต่างๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงทางเลือกอื่น เช่น ศึกษาผลกระทบเพิ่มเติม

"การสร้างเขื่อนดอนสะโฮง เป็นหายนะของน้ำโขงเพื่อแลกกับกระแสไฟฟ้าเพียง 250 เมกะวัตต์ ขณะที่ชุมชนตอนล่างของแม่น้ำโขงเสี่ยงที่สุด จะเสียช่องทางน้ำที่ปลาอพยพได้ และที่ลาวบอกสามารถทำทางน้ำใหม่ ก็มีตัวอย่างบันไดปลาโจนเขื่อนปากมูลในไทยเป็นตัวอย่างชัดเจน ปลากระโดดข้ามไม่ได้ ไม่มีการออกแบบหรือวิธีการใดทดแทนปลาจากธรรมชาติได้ ชนิดพันธุ์ปลาก็สูญหายไป" ทิ ทู ซู ยืนยันต้องร่วมกันเพื่อปกป้องแม่น้ำโขง

สำหรับการประชุมสาธารณะระดับภูมิภาค เขื่อนดอนสะโฮงในลาว: ความเห็นของกัมพูชา ไทย และเวียดนาม จัดที่จุฬาฯ ครั้งนี้ ยังเรียกร้องให้ธนาคารในประเทศไทยทุกธนาคารหยุดการให้เงินกู้ต่อเขื่อนไซยะบุรีทันที และหยุดการให้กู้ยืมเงินที่เกิดขึ้นในอนาคตทั้งหมดต่อโครงการเขื่อนบนแม่น้ำโขง รวมถึงเขื่อนดอนสะโฮง โครงการที่จะส่งผลให้วิถีชีวิตประชาชนในลุ่มน้ำโขงเต็มไปด้วยความเสี่ยงด้วย.