นิทรรศการ "ปกป้องแม่น้ำโขง หยุดเขื่อนไซยะบุรี"

นิทรรศการ เสวนา และการรณรงค์
“ปกป้องแม่น้ำโขง หยุดเขื่อนไซยะบุรี”

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2555
14.00 น. เสวนาหัวข้อ “ไฟฟ้าของไทย หายนะภัยแม่น้ำโขง”
ณ ลานชั้น L (หน้าห้องสมุด) หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

  • อ้อมบุญ ทิพย์สุนา - ตัวแทนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน
  • วิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ - เครือข่ายพลังงานเพื่อนิเวศวิทยาในลุ่มแม่น้ำโขง (MEE Net)
  • Ms. Nguy Thi Khanh - GreenID / Vietnam River Network ประเทศเวียดนาม
  • Mr. Meach Mean - 3SPN ประเทศกัมพูชา
  • ดำเนินรายการโดย ศรีสุวรรณ ควรขจร - โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง (TERRA)

16.00 น เป็นต้นไป ขอเชิญร่วมการเดินรณรงค์บริเวณหอศิลป์ และสยามสแควร์

---------------------------------------------------------------

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2555 พบนายกรัฐมนตรี
9.00 น. ประชาชนรวมตัวที่หน้า ทำเนียบรัฐบาล
เพื่อยื่นโปสการ์ดปลาบึกถึงนายกรัฐมนตรีไทย เรียกร้องให้หยุดการซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี
(อยู่ระหว่างรอการยืนยัน รายละเอียดโปรดติดต่อตามที่อยู่ข้างล่าง)

---------------------------------------------------------------

15.00 น. แถลงข่าว ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT)

หัวข้อ “พบนายกรัฐมนตรีไทย: ผู้ซื้อไฟฟ้าเขื่อน แม่น้ำโขงรายใหญ่ที่สุด
จะฟังเสียงประชาชนหรือไม่?”

  • อิทธิพล คำสุข - ตัวแทนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน
  • Ms. Nguy Thi Khanh - GreenID / Vietnam River Network  ประเทศเวียดนาม
  • Mr. Chith Sam Ath - ED, NGO Forum on Cambodia/River Coalition on Cambodia (RCC) ประเทศกัมพูชา
  • เปรมฤดี ดาวเรือง - โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง (TERRA)

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ :

  • เปรมฤดี ดาวเรือง โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง (TERRA)
  • โทร. 081-4342334 หรือที่ TERRA โทร. 02-6910718-20
  • อีเมล premrudee@terraper.org  เวบไซต์  www.terraper.org

---------------------------------------------------------------

“ปกป้องแม่น้ำโขง หยุดเขื่อนไซยะบุรี”

ขณะนี้รัฐบาลลาว กำลังผลักดันการสร้าง “เขื่อนไซยะบุรี” ขนาดกำลังผลิต 1,285 เมกะวัตต์ ซึ่งจะปิดกั้นแม่น้ำโขงสายหลัก ในแขวงไซยะบุรี ประเทศลาว และจะเป็นเขื่อนแรกที่ถูกสร้างบนแม่น้ำโขงสายหลักตอนล่าง ตัวเขื่อนไซยะบุรีจะอยู่เหนือจาก อ.เชียงคาน จ.เลย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยขึ้นไปตามลำน้ำโขงประมาณ 200 กิโลเมตร อันเป็นระยะทางที่นับว่าใกล้มากในแง่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลกระทบข้ามพรมแดนต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของชุมชนริมน้ำโขงตลอดพรมแดนไทย-ลาว ทั้งในเขต จ.เชียงราย ทางภาคเหนือ และในเขต 7 จังหวัดของภาคอีสาน อันได้แก่ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ซึ่งอาศัยแม่น้ำโขงหาเลี้ยงชีพทั้งการทำเกษตรริมโขง และประมง ฯลฯ การทำมาหาเลี้ยงชีพเหล่านี้จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากการเก็บกักน้ำและปล่อยน้ำจากเขื่อนไซยะบุรี

แม้เขื่อนไซยะบุรีจะสร้างอยู่ในลาวแต่ไฟฟ้าที่ผลิตได้ถึงร้อยละ 95 จะส่งมาขายยังประเทศไทย ซึ่งในเดือนตุลาคม 2554 รัฐบาลไทยโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด [ซึ่งผู้ถือหุ้นทั้งหมดคือ บริษัทไทย อันประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท นที ชินเนอร์ยี่ จำกัด (บริษัทลูกของปตท.), บริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (บริษัทลูกของกฟผ.) และบริษัท พี.ที.คอนสตรัคชั่น แอนด์ อิริเกชั่น จำกัด] และแหล่งเงินกู้ของโครงการมูลค่า 115,000 ล้านบาทจะมาจากธนาคารสัญชาติไทย คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์

ฉะนั้นประเทศไทยจึงมีความรับผิดชอบโดยตรงต่อการเดินหน้าของโครงการเขื่อนไซยะบุรี แทนที่ประเทศไทยจะสนับสนุนโครงการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่มูลค่านับแสนล้านบาทซึ่งจะสร้างผลกระทบมหาศาล และทำลายหลายล้านชีวิตในลุ่มแม่น้ำโขงเพียงเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านมาตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่ไม่สิ้นสุด ประเทศไทยควรต้องมุ่งเน้นพัฒนา ‘พลังงานทางเลือก’ ที่มีประสิทธิภาพยั่งยืนและเป็นธรรม

ร่วมจัดโดย: เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน | เครือข่ายประชาสังคมไทยเพื่อแม่น้ำโขง | โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง | พันธมิตรปกป้องแม่น้ำโขง | องค์การแม่น้ำนานาชาติ | Photo Journ | หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร