หนังสือยืนยัน โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง ปฏิเสธการเข้าร่วมการประชุมให้ข้อมูลของกรมทรัพยากรน้ำ ในวันที่ 7 มกราคม 2558

๕  มกราคม  ๒๕๕๘

เรื่อง     โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และกระบวนการ PNPCA
เรียน    ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อ้าง ถึง  จดหมายกรมทรัพยากรน้ำ เลขที่ ทส ๐๖๓๐/ว.๖๙๕ เรื่อง ขอเชิญเข้าร่วมการดำเนินการให้ข้อมูล โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามกระบวนการ PNPCA ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

ตามที่กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย จะดำเนินการให้ข้อมูลโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง ของ สปป. ลาว ตามระเบียบปฏิบัติเรื่อง การแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง (Procedures for Notification, Prior Consultation and Agreement – PNPCA) ครั้งที่ ๖ เพื่อสรุปข้อกังวล ประเด็นคำถามและข้อเสนอแนะ จากการดำเนินการให้ข้อมูลฯ ทั้ง ๕ ครั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น

โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ในฐานะองค์กรที่ติดตามประเด็นเขื่อนแม่น้ำโขงสายหลักมาตลอด ๒๕ ปีที่ผ่านมา และในฐานะสมาชิกของพันธมิตรปกป้องแม่น้ำโขง (Save the Mekong Coalition) จะไม่เข้าร่วมการประชุมในวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๘  ทั้งนี้ โดยมีความเห็นดังต่อไปนี้

๑.    เราเห็นว่ากระบวนการ PNPCA ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี สปป. ลาว ในปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ เป็นกระบวนการที่ล้มเหลว กล่าวคือ มีการจัดการประชุมในประเทศไทย ๔ ครั้ง  และผู้เข้าร่วมการประชุมทุกครั้ง มีข้อสรุปตรงกันว่า เป็นการประชุมที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายของประเทศไทย และผู้เข้าร่วมและภาคประชาสังคมไทยมีจุดยืนที่ชัดเจน ในการคัดค้านโครงการฯไซยะบุรี อย่างไรก็ตาม รายงานของกรมทรัพยากรน้ำ ที่เสนอไปยังคณะกรรมการร่วม คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission (MRC)’s Joint Committee) กลับมีเนื้อหาคลุมเครือ สะเปะสะปะ จนไม่อาจสะท้อนข้อเป็นห่วงของภาคประชาสังคมไทยได้อย่างชัดแจ้ง อีกทั้งคณะกรรมการร่วมฯ ก็มิได้กำกับดูแลให้กระบวนการ PNPCA ได้รับการดำเนินการอย่างจริงจัง จนกระทั่งฝ่ายไทยและ สปป.ลาว โดยเฉพาะหน่วยงานและนักลงทุนของไทยที่เกี่ยวข้อง สามารถเร่งรัดการลงนามสัญญาซื้อ-ขายไฟฟ้า และดำเนินการก่อสร้างได้ในท้ายที่สุด ในท่ามกลางข้อกังขาของทุกฝ่าย

กระบวน การ PNPCA ที่จัดขึ้นในประเทศไทย และโดยภาพรวม จึงปราศจากความน่าเชื่อถือ และยังไม่มีข้อพิสูจน์ใดว่า เป็นกระบวนการที่จะสะท้อนเสียงของประชาชนและภาคประชาสังคมไทย ซึ่งถือว่ามีความเข้มแข็งมากที่สุดในภูมิภาคแม่น้ำโขงได้ อันเป็นประเด็นที่กรมทรัพยากรน้ำไม่เคยชี้แจง และแสดงรับผิดชอบใด ๆ

๒.    เราขอคัดค้านการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง  ซึ่งเป็นโครงการที่จะทำลายระบบนิเวศของพื้นที่สีพันดอนในประเทศ สปป.ลาว และพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงและถาวร เขื่อนดอนสะโฮงจะกีดขวางทางน้ำฮูสะโฮง ซึ่งเป็นทางน้ำที่มีปลาว่ายอพยพผ่านมากที่สุดในแม่น้ำโขง เป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญยิ่งต่อการประมงน้ำจืดลุ่มแม่น้ำโขง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โครงการนี้ ยังจะเป็นภัยคุกคามต่อปลาอพยพขนาดใหญ่ที่หายากและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งปลาบึกและปลาเอิน และโลมาอิระวดี

การสร้างเขื่อน จะทำให้เกิดการขุดลอกดินและหินที่ท้องแม่น้ำในบริเวณฮูสะโฮงออกมามากกว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเปิดทางให้มีน้ำไหลเข้าฮูสะโฮงเป็นจำนวนมากขึ้น และก่อให้เกิดผลกระทบต่ออุทกวิทยาในพื้นที่สี่พันดอนที่เหลือทั้งหมด เมื่อพิจารณาผลได้ผลเสียโดยรวมของโครงการซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้า 260 เมกะวัตต์ของเขื่อนดอนสะโฮง จึงเป็นผลประโยชน์ที่เทียบกันไม่ได้กับผลกระทบด้านลบที่จะเกิดขึ้นอย่าง รุนแรงต่อการประมง วิถีชีวิตของประชาชน และต่อความมั่นคงด้านอาหารของประชาชนหลายล้านคนในประเทศสปป.ลาว กัมพูชา ไทยและเวียดนาม

อนึ่ง กำลังผลิตไฟฟ้าและผลผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อนดอนสะโฮง คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก (ไม่ถึง 1% ของกำลังผลิตในประเทศไทย) ซึ่งไม่มีนัยยะต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และสามารถจัดหาทดแทนได้ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนมากกว่า

โครงการ เขื่อนดอนสะโฮงจึงเป็นภัยคุกคามต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคแม่น้ำโขง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

๓.    กรมทรัพยากรน้ำ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลไทย และประชาชนไทยในคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ย่อมต้องมีหน้าที่ปกป้อง มิให้เกิดโครงการที่จะก่อให้เกิดผลกระทบและละเมิดสิทธิในทรัพยากรและการดำรง ชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่อาศัยในลุ่มแม่น้ำโขง

รายงาน สรุปจากการประชุมทั้ง ๕ ครั้งที่ผ่านมา ต้องเป็นรายงานที่สะท้อนจุดยืนของประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งคัดค้านโครงการเขื่อน ดอนสะโฮง  นอกจากรายงานสรุปแล้ว กรมทรัพยากรน้ำจะต้องรวบรวมจดหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเขื่อนดอนสะโฮ งของภาคประชาสังคมทุกฉบับ และเสนอให้ประเทศลาวและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาครับรู้ โดยให้เป็นกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีช่องทาง และระยะเวลาที่ประชาชนจะสามารถทักท้วงได้หากพบว่าไม่เป็นตามข้อเท็จจริง ความล้มเหลวดังที่ได้กล่าวข้างต้นกรณีโครงการฯไซยะบุรี จะต้องไม่เกิดซ้ำรอยอีก
จึงเรียนมาเพื่อแถลงจุดยืนและคัดค้านโครงการดังกล่าว

ขอแสดงความนับถือ

โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง
มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ